แนวทางการเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลางและการคำนวณ ราคากลาง

จากการเข้าร่วมประชุม เพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมายมาตรา 103/7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.  2554  เกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง วิธีการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายของโครงการ   นั้น สามารถสรุปเนื้อหาความสำคัญ ได้ดังนี้  

1. หน่วยงานของรัฐ

1.1 กระทรวง ทบวง กรม

กระทรวง ทบวง กรม เป็นการบริหารราชการส่วนกลางโดยกําหนดไว้ในพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕45 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ประกอบด้วย

1. สํานักนายกรัฐมนตรี

2. กระทรวง หรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง

3. ทบวง ซึ่งสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง

4. กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรมซึ่งสังกัดหรือไม่

สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง เช่น สํานักราชเลขาธิการ สํานักพระราชวัง สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ราชบัณฑิตยสถาน สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

1.2 ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนภูมิภาค เป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 คือ จังหวัด และอําเภอ และตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ๔ สํานักงาน ป.ป.ช.

1.3 ราชการส่วนท้องถิ่น

ราชการส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีทั้งหมด ๕ รูปแบบ คือ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และ องค์การบริหารส่วนตําบล

1.4 รัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจ หมายถึง องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของหรือรัฐมีทุนอยู่เกินกว่าร้อยละห้าสิบ รวมทั้งบริษัท จํากัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีทุนอยู่ด้วยเกินร้อยละห้าสิบตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ได้แก่

(1) องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ

(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ

(3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการและ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (1) และ/

หรือ (2) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ

(4) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการและ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (3) และ/

หรือ (1) และ/หรือ (2) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ

(5) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการและ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (4) และ/

หรือ (1) และ/หรือ (2) และ/หรือ (3) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ

1.5 องค์การมหาชน

องค์การมหาชน คือ หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบบริการสาธารณะทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น การศึกษา การวิจัย การฝึกอบรม เป็นต้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากําไร ซึ่งอาจจัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 หรือองค์การมหาชนที่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งเป็นการเฉพาะ

1.6 หน่วยงานธุรการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

หน่วยงานธุรการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นสํานักงานทําหน้าที่หน่วยงานทางธุรการให้แก่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย

1.6.1 หน่วยงานธุรการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คือ

(1) สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

(2) สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

(3) สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(4) สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

1.6.2 หน่วยงานธุรการขององค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ คือ

(1) สํานักงานอัยการสูงสุด

(2) สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(3) สํานักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

1.7 หน่วยงานอื่นของรัฐ

หน่วยงานอื่นของรัฐ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้อยู่ในรูปแบบข้างต้นโดยอาจเป็นส่วนราชการซึ่งมิได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือกํากับดูแลของฝ่ายบริหาร หรือเป็นหน่วยงานของรัฐ สํานักงาน ป.ป.ช. ๕

ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อทําหน้าที่ในการควบคุมกํากับดูแลกิจกรรมของรัฐซึ่งจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ ดังนี้

(๑) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ได้แก่ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร

(๒) หน่วยงานธุรการของศาล ได้แก่ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ สํานักงานศาลยุติธรรม สํานักงานศาลปกครอง

(๓) หน่วยงานที่รัฐธรรมนูญกําหนดให้มีการจัดตั้งขึ้น เช่น สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง สภาเกษตรกรแห่งชาติ สํานักงานปฏิรูปกฎหมาย เป็นต้น

(๔) หน่วยงานซึ่งเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงานของหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ ได้แก่ สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สํานักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น

(๕) สถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยในกํากับภาครัฐ

1.8 หน่วยงานอื่นใดที่ดําเนินกิจการของรัฐตามกฎหมายและได้รับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สิน

ลงทุนจากรัฐหน่วยงานของรัฐประเภทนี้ ได้แก่ กองทุนที่เป็นนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นโดยตราเป็นพระราชบัญญัติ โดยการดําเนินงานของกองทุนจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล และเงินสมทบจากกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ เช่น พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เป็นต้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะเป็นองค์กรวิชาชีพ เช่น ส

นิยามศัพท์

1. การจัดซื้อจัดจ้าง

การจัดซื้อจัดจ้าง หมายความว่า การจ้างก่อสร้าง การจ้างควบคุมงาน การจ้างออกแบบการจ้างที่ปรึกษา การจ้างงานวิจัยหรือเงินสนับสนุนให้ทุนการวิจัย การจ้างพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ การจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง อันเป็นการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่การจ้างงานวิจัยหรือเงินสนับสนุนให้ทุนวิจัย ไม่ว่าการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐนั้นจะใช้เงินจากงบประมาณ เงินกู้ เงินช่วยเหลือ หรือเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐเองก็ตาม แต่ไม่รวมถึงการจําหน่ายพัสดุ

2. ราคากลาง

ราคากลาง หมายความว่า รายละเอียดราคามาตรฐานหรือราคาที่ใกล้เคียงความเป็นจริงเพื่อใช้เป็นฐานสําหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้เสนอราคาได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริง

3. การคํานวณราคากลาง

การคํานวณราคากลาง หมายความว่า วิธีการคํานวณราคาการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละรายการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่หน่วยงานของรัฐกําหนด หรือปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งราคากลาง ๖ สํานักงาน ป.ป.ช.

4. งานก่อสร้าง

งานก่อสร้าง หมายความว่า งานก่อสร้างอาคาร ก่อสร้างทาง สะพาน ท่อเหลี่ยม และงานก่อสร้างชลประทาน และให้หมายความรวมถึง งานดัดแปลง งานต่อเติม งานรื้อถอน งานซ่อมแซม และงานปรับปรุงสิ่งก่อสร้างอันมีลักษณะที่มีแบบรูปรายการและจําเป็นต้องมีการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาการดําเนินการด้วย

5. การจ้างควบคุมงาน

การจ้างควบคุมงาน หมายความว่า การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ที่ประกอบธุรกิจบริการด้านควบคุมงานก่อสร้างหรืองานอื่นที่มีความจําเป็นที่ต้องมีการควบคุมงาน

6. การจ้างออกแบบ

การจ้างออกแบบ หมายความว่า การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านงานออกแบบงานก่อสร้างหรือออกแบบงานอื่นที่มีความจําเป็นที่ต้องมี การควบคุมงาน เช่น การออกแบบตกแต่งภายใน เป็นต้น

7. การจ้างที่ปรึกษา

การจ้างที่ปรึกษา หมายความว่า การจ้างบริการจากที่ปรึกษา ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบอาชีพ วิชาชีพหรือให้บริการเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ การศึกษา การเงิน บัญชี กฎหมาย หรืออื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงการจ้างออกแบบและควบคุมงาน

8. การจ้างงานวิจัยหรือเงินสนับสนุนให้ทุนการวิจัย

การจ้างงานวิจัยหรือเงินสนับสนุนให้ทุนการวิจัย หมายความว่า การจ้างที่หน่วยงานของรัฐ ตกลงจ้างหรือให้ทุนสนับสนุนเพื่อการค้นคว้าโดยการทดลอง สํารวจ หรือการศึกษาตามหลักวิชาการเพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการต่างๆ อันจะสามารถนํามาใช้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม วิชาการ หรือเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ไม่ว่าการจ้างงานวิจัยดังกล่าวจะเป็นการจ้างตามระเบียบ ข้อบังคับ กฎว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานของรัฐ หรือระเบียบ ข้อบังคับ กฎอื่นใดก็ตาม

9. การจ้างพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์

การจ้างพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ หมายความว่า การจ้างเพื่อให้มีการวิเคราะห์ ออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ โดยรวมค่าผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ ค่าซอฟต์แวร์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบด้วย

10. การจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง

การจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง หมายความว่า การจัดหาโดยการซื้อ หรือการจ้าง

ในงานอื่นๆ เช่น

10.1 งานเวที แสง สี เสียง และการแสดง

10.2 งานสถานที่ พร้อมการตกแต่งสถานที่

10.3 งานออกแบบ ติดตั้งบูท บอร์ด นิทรรศการ

10.4 งานประชาสัมพันธ์

10.5 งานอภิปราย เสวนา

10.6 งานบันทึกภาพ และเสียง

10.7 ค่าเอกสารประกอบการจัดกิจกรรม

10.8 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เป็นต้น

จากการเข้าร่วมประชุม เพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมายมาตรา 103/7 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.  2554  เกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง วิธีการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายของโครงการ   นั้น สามารถสรุปเนื้อหาความสำคัญ ได้ดังนี้   จากการติดตามตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐหลายแห่งยังมิได้ปฏิบัติโดยเคร่งครัด หรือดำเนินการไม่ถูกต้องตามแนวทางที่กำหนดไว้หลายประการ เช่น  ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามแบบตารางที่กำหนดไว้ 7 ประเภท  การดำเนินการไม่มีรายละเอียดของค่าใช้จ่ายหรือราคากลาง  หรือเอกสารที่แสดงการคำนวณราคากลาง โดยเฉพาะกรณีที่มีหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลาง  ได้แก่ การจ้างก่อสร้าง  การจ้างพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์  การจ้างที่ปรึกษา  ไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด  เป็นต้น  ซึ่งตามมาตรา 103/8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  พ.ศ. 2542  แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545  ได้กำหนดไว้ว่าหากหน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการ ให้ถือว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือต้องพื้นจากตำแหน่ง  แล้วแต่กรณี

ดังนั้น  เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องดังกล่าว  เป็นไปโดยถูกต้อง ในการเสนอเรื่องขออนุมัติราคากลางหรือขอความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจ้าง  ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเสนอแบบตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับ  ซึ่งเป็นแบบที่ใช้ในการเปิดเผยราคากลางพร้อมเอกสารประกอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายราคากลาง  และการคำนวณราคากลาง ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานหรือผู้ได้รับมอบอำนาจพิจารณาประกอบการขออนุมัติราคากลาง  หรือขอความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจ้างแล้วแต่กรณีทุกครั้ง โดยหน่วยงานของรัฐ สามารถดาวน์โหลดคู่มือแนวทางการเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ราคากลาง  และการคำนวณราคากลาง  ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ปรับปรุงแก้ไขเมื่อธันวาคม 2556  ได้ทางเว็ปไซค์ http://www.nacc.go.th/main.php?filename=index_parties นอกจากนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ  ได้มีคำสั่ง ฉบับที่ 69/2557  ลงวันที่ 18  มิถุนายน 2557 เรื่อง  มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ กำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ควบคุม กำกับดูแล การดำเนินงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด  กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชีปล่อยปะละเลย  ให้ถือเป็นความผิดวินัย  หรือความผิดทางอาญาแล้วแต่กรณี  ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. มีความจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 103/8 วรรณสอง ประกอบคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่69/2557

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ