แนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุ ด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e – market) และ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding: e – bidding) ขอบเขตการใช้บังคับ

ข้อ ๑ อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๑๒ (๒) และ (๔) แห่งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้

ข้อ ๒ แนวทางปฏิบัตินี้ใช้บังคับสําหรับการจัดหาพัสดุของส่วนราชการนําร่อง ตามที่ กวพ. กําหนด

ข้อ ๓ การปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัตินี้ไม่รวมถึงการจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและ ควบคุมงาน การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษ ที่สามารถดําเนินการได้ตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ ๔ นอกจากที่กําหนดไว้แล้วตามแนวทางปฏิบัตินี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ ๕ ให้แนวทางปฏิบัตินี้ใช้บังคับนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถึงก่อนวันที่มีการปรับปรุงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้กรมบัญชีกลางทําหน้าที่ประเมินผลการดําเนินการของส่วนราชการนําร่องเพื่อพิจารณาปรับปรุง แก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ ๖ ในแนวทางปฏิบัตินี้ “ระบบข้อมูลสินค้า” (Electronic Catalog : e – catalog) คือ ระบบฐานข้อมูล รายละเอียดสินค้า บริการ งานจ้างของผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง ที่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e – GP) ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมีรายละเอียดของสินค้า คําแนะนําสินค้า ภาพสินค้า พร้อมคําบรรยายประกอบ โดยจัดแบ่งประเภท สินค้าเป็นหมวดหมู่ตามที่กรมบัญชีกลางกําหนดเพื่อสะดวกต่อการสืบค้นของส่วนราชการผู้จัดหา “UNSPSC” หมายความว่า รหัสสินค้าหรือบริการภาครัฐ ตามคู่มือของ กรมบัญชีกลาง “ระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Market : e – market) ได้แก่การจัดหาพัสดุ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยวิธีการซื้อหรือ การจ้างที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ซับซ้อน เป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป มีมาตรฐาน ซึ่งกําหนดให้ ส่วนราชการจัดซื้อสินค้าหรืองานจ้างที่กําหนดไว้ในระบบ e – catalog โดยให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง เสนอราคาผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e – GP) ของกรมบัญชีกลาง “ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Bidding : e – bidding) ได้แก่ การจัดหาพัสดุตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยวิธีการซื้อหรือการจ้างที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่มีความซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะ หรือเป็นสินค้า หรือบริการที่ไม่ได้กําหนดไว้ในระบบ e – catalog โดยให้ผู้ขายผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง เข้ายื่นประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e – GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒ อํานาจและหน้าที่

ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมมีอํานาจหน้าที่ (๑) ตีความและวินิจฉัยปัญหา รวมถึงพิจารณาการอนุมัติยกเว้น หรือผ่อนผัน การไม่ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัตินี้ (๒) คัดเลือกสินค้าหรือบริการสําหรับดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบตลาด อิเล็กทรอนิกส์ (๓) พิจารณาคําร้องเรียนเกี่ยวกับการที่ส่วนราชการไม่ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัตินี้ (๔) กําหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัตินี้ (๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทําหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๖) กําหนดสวนราชการน ่ ําร่องให้ดําเนินการจัดหาพัสดุตามแนวทางปฏิบัตินี้

ข้อ ๘ ให้กรมบัญชีกลางมีอํานาจหน้าที่ (๑) จัดทําและพัฒนาระบบ e – catalog ของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยกําหนด รูปแบบ วิธีการ หลักเกณฑ์ในการกรอกข้อมูลของผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง (๒) คัดเลือกส่วนราชการนําร่องสําหรับดําเนินการตามแนวทางปฏิบัตินี้ (๓) ส่งข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการที่ดําเนินการผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (๔) ในกรณีการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ มีปัญหาข้อขัดข้องทําให้ไม่อาจดําเนินการต่อไปได้ให้กรมบัญชีกลางดําเนินการแจ้งผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง ที่เข้าร่วมในการเสนอราคาทราบถึงข้อขัดข้องดังกล่าวทาง e – mail หากกรณี มีปัญหาข้อขัดข้องทั้งระบบให้กรมบัญชีกลางแจ้งให้ส่วนราชการทราบ

ข้อ ๙ ให้ผู้เสนอราคามีหน้าที่ (๑) ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มข้อมูล คุณสมบัติและแคตตาล็อกสินค้าและแสดงเอกสารหลักฐานการเป็นผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างงานนั้นของตน ในระบบ ตลอดจนปรับปรุงสินค้า หรืองานจ้างให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ (๒) ศึกษาการใช้โปรแกรมและทดลองใช้โปรแกรมของกรมบัญชีกลาง โดย Download ได้ทางเว็บไซต์ www. gprocurement.go.th วิธีซื้อ วิธีจ้าง

ข้อ ๑๐ การซื้อหรือการจ้างตามแนวทางปฏิบัตินี้กระทําได้๒ วิธีคือ (๑) วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e – market) (๒) วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding)

ข้อ ๑๑ วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่การจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ซับซ้อน เป็นสินค้าหรือบริการทั่วไป มีมาตรฐาน ซึ่งกําหนดให้ส่วนราชการจัดซื้อสินค้าหรืองานจ้างที่กําหนดไว้ใน ระบบ e – catalog กระทําได้๒ ลักษณะ ดังนี้ (๑) การเสนอราคา โดยใบเสนอราคา (Request for Quotation : RFQ) ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓ (๒) การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Auction) ได้แก่การจัดหาพัสดุ ครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๑๒ วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้แก่ การจัดหาพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยเป็นการจัดหาพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะที่มีความซับซ้อน มีเทคนิคเฉพาะ หรือเป็นสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้กําหนดไว้ในระบบ e – market กรรมการ

ข้อ ๑๓ ในการดําเนินการซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้หัวหน้าส่วนราชการ แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยมีองค์ประกอบตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ ๓๕ วรรคหนึ่ง วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทําเอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ตามตัวอย่างที่กวพ. กําหนด การจัดทําเอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์รายใดจําเป็นต้องมี ข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากที่ กวพ. กําหนด โดยมีสาระสําคัญตามที่กําหนดไว้ในตัวอย่าง และไม่ทําให้ทางราชการเสียเปรียบก็ให้กระทําได้ การเผยแพร่เอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ให้จัดทําเป็นประกาศ และมีสาระสําคัญดังนี้ (๑) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อ หรืองานจ้างที่ต้องการจ้าง (๒) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา (๓) กําหนดวัน เวลา เสนอราคา

ข้อ ๑๕ ให้ส่วนราชการกําหนดวัน เวลา ในการเสนอราคานับถัดจากวันที่นําประกาศและ เอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของหน่วยงาน และเว็บไซต์ ของกรมบัญชีกลาง โดยต้องกําหนดวันเสนอราคาเป็นวันทําการเท่านั้น และกําหนดเวลาการเสนอราคา ให้ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์

ข้อ ๑๖ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๗ ไปพร้อมกับร่างประกาศ และร่างเอกสารการซื้อหรือการจ้าง ด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อขอความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อหัวหน้าส่วนราชการให้ความเห็นชอบดังกล่าวแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุดําเนินการเผยแพร่ ประกาศและเอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและ เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง ไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ และให้ปิดประกาศอย่างเปิดเผย ณ ที่ทําการ ของส่วนราชการนั้นด้วย

ข้อ ๑๗ ให้กรมบัญชีกลาง จัดส่งประกาศและเอกสารการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตลาด อิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้างที่ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้นํารายละเอียดของพัสดุลงไว้ในระบบ e – catalog และสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน หรือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค แล้วแต่กรณีผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง ที่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศและ เอกสารการซื้อหรือการจ้างดังกล่าว ยังไม่ได้ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์และนํารายละเอียดของพัสดุ คําแนะนําพร้อมคําบรรยายประกอบ ลงในระบบ e – catalog ของกรมบัญชีกลางในการซื้อหรือการจ้าง ก่อนวันเสนอราคาการเสนอราคาโดยใบเสนอราคาและการเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ ๑๙ การจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการเสนอราคา โดยใบเสนอราคา ดําเนินการดังนี้ (๑) ผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง ที่ได้รับใบคําขอเสนอราคา ทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์มีความประสงค์จะเสนอราคา ให้ส่งใบเสนอราคา มายังส่วนราชการ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวัน เวลา ทําการ (๒) เมื่อถึงกําหนดวันเสนอราคา ให้ผู้เสนอราคา log in เข้าสู่ระบบการเสนอราคา เพื่อเสนอราคา โดยสามารถเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ข้อ ๒๐ การจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการเสนอราคา โดยการประมูล อิเล็กทรอนิกส์ดําเนินการดังนี้ (๑) ผู้ขาย ผู้ให้บริการ หรือผู้รับจ้าง ที่ได้รับใบคําขอเสนอราคา ทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ มีความประสงค์จะเสนอราคา ให้ส่งใบเสนอราคา มายัง ส่วนราชการผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวัน เวลา ที่ส่วนราชการกําหนด (๒) เมื่อถึงกําหนดวันเสนอราคา ให้ผู้เสนอราคา log in เพื่อลงทะเบียนและ ทดสอบระบบ ภายในเวลาที่ส่วนราชการกําหนด (๓) ให้เริ่มกระบวนการเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ในเวลาราชการ ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์แต่จะสิ้นสุดนอกเวลาราชการก็ได้ทั้งนี้กระบวนการ เสนอราคาให้กระทําภายในเวลาสามสิบนาที ระหว่างการเสนอราคา ผู้เสนอราคาไม่สามารถเห็นราคาของผู้เสนอราคารายอื่น โดยมีเพียง สัญลักษณ์ปรากฏบนหน้าจอของผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่านั้น

ข้อ ๒๑ เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคาตามข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุพิจารณา ผู้เสนอราคาต่ำสุด หากปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาต่ำสุดหลายรายจนไม่อาจชี้ขาดได้ให้พิจารณา ผู้ที่เสนอราคาดังกล่าวในลําดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อถึงกําหนดวัน เวลา ในการเสนอราคา ปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว ส่วนราชการ สามารถพิจารณารับราคาของผู้เสนอราคารายนั้นได้โดยคํานึงถึงความเหมาะสม และประโยชน์ของ ส่วนราชการเป็นสําคัญ ในกรณีไม่มีผู้เสนอราคา ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการยกเลิกการจัดหาในครั้งนั้น หากหัวหน้าส่วนราชการเห็นว่าการดําเนินการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ จะไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ดําเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุพ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๓ (๘) หรือข้อ ๒๔ (๖) แล้วแต่กรณีก็ได้ ๕

ข้อ ๒๒ การพิจารณาผลการเสนอราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานที่แสดงว่า ผู้เสนอราคาเป็นผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างงานนั้น แคตตาล็อก ของรายที่เสนอราคาต่ำสุด จากระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์โดยจัดทําในรูปแบบเอกสาร (๒) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามที่กําหนดไว้ ในเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง ที่มีคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และเสนอให้ซื้อหรือจ้าง จากรายที่เสนอราคาต่ำสุด

ข้อ ๒๓ กรณีที่ปรากฏว่า ราคาของผู้เสนอราคารายที่เจ้าหน้าที่พัสดุเห็นสมควรซื้อหรือจ้าง ยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๗ (๔) แล้วแต่กรณีให้เจ้าหน้าที่พัสดุดําเนินการดังนี้ (๑) ให้แจ้งผู้เสนอราคารายนั้นเพื่อต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทําได้หากผู้เสนอราคา รายนั้นยอมลดราคาแล้ว ราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาอีก แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างนั้น ไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อ หรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น (๒) ถ้าดําเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผลกรณีจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการเสนอราคา โดยใบเสนอราคา และการเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้แจ้งผู้เสนอราคา ที่เจ้าหน้าที่พัสดุเห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกราย เพื่อเสนอราคาใหม่พร้อมกัน โดยยื่นใบเสนอราคา ภายใน กําหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไม่ยื่นใบเสนอราคา ให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม หากผู้เสนอราคาต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น (๓) ถ้าดําเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะสมควรลดรายการ ลดจํานวน หรือลดเนื้องานหรือขอเงินเพิ่มเติม หรือยกเลิกการจัดหาโดยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ด้วยการเสนอราคา โดยใบเสนอราคา หรือการเสนอราคา โดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดําเนินการใหม่แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒๔ เมื่อดําเนินการตามข้อ ๒๒ หรือข้อ ๒๓ แล้วเสร็จ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุรายงาน ผลการพิจารณาและความเห็น พร้อมด้วยเอกสารตามข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓ (ถ้ามี) ต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ หากหัวหน้าส่วนราชการเห็นชอบให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุส่งผลการพิจารณา ให้ผู้เสนอราคาทุกรายทราบ และประกาศผลการพิจารณาในเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง และเว็บไซต์หน่วยงาน วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ ๒๕ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทําร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตามตัวอย่าง เอกสารประกวดราคาซื้อหรือจ้างอิเล็กทรอนิกส์ที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) กําหนด การจัดทําเอกสารการซื้อหรือการจ้างด้วยวิธีประกวดราคาซื้อหรือจ้างอิเล็กทรอนิกส์รายใด จําเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากที่ กวพ. กําหนด โดยมีสาระสําคัญตามที่กําหนดไว้ ในตัวอย่าง และไม่ทําให้ทางราชการเสียเปรียบก็ให้กระทําได้ ๖ เพื่อความรอบคอบ และเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ หัวหน้าส่วนราชการอาจแต่งตั้งบุคคลใด บุคคลหนึ่ง หรือแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง รับผิดชอบจัดทํารายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของพัสดุที่จะจัดหาได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม เพื่อให้ตรงกับความต้องการของส่วนราชการได้ การเผยแพร่เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้จัดทําเป็นประกาศและมีสาระสําคัญ ดังนี้ (๑) รายการพัสดุที่ต้องการซื้อ หรืองานจ้างที่ต้องการจ้าง (๒) คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา (๓) หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคา (๔) กําหนดวัน เวลา เสนอราคา (๕) กําหนดให้นําตัวอย่างพัสดุมาแสดงในวัน เวลา สถานที่ ที่กําหนด (ถ้ามี)

ข้อ ๒๖ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๗ ไปพร้อมกับร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อขอความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อหัวหน้า ส่วนราชการให้ความเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุดําเนินการจัดทําและเผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ และต้องมีช่วงเวลาสําหรับการจัดทําข้อเสนอของผู้ประสงค์ จะเข้าเสนอราคาหลังปิดการให้หรือการจําหน่ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ก่อนวันเสนอราคา ไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ โดยกําหนดให้เสนอราคาผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพียงวันเดียวในวันและเวลาทําการ และให้ปิดประกาศอย่างเปิดเผย ณ ที่ทําการของส่วนราชการนั้นด้วย การจัดหาพัสดุใดมีรายละเอียดที่มีความจําเป็นโดยสภาพของการซื้อหรือการจ้างที่จะต้อง กําหนดเงื่อนไขไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้เสนอราคานําตัวอย่างพัสดุมาแสดง เพื่อทดลองหรือทดสอบ ให้ส่วนราชการสามารถกระทําได้โดยจะต้องกําหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจน และให้ผู้เสนอราคานําพัสดุมาแสดงเพื่อทดลองหรือทดสอบ ณ ส่วนราชการที่จัดหาพัสดุตามวัน และเวลาที่กําหนด ซึ่งจะต้องดําเนินการภายใน ๕ วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ส่วนราชการพิจารณาแล้วเห็นว่า การจัดหาพัสดุในครั้งดังกล่าว มีความจําเป็นต้องนําร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ให้สาธารณชน เสนอแนะ วิจารณ์หรือมีความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การกําหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ เป็นไปด้วยความรอบคอบ มีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะเหมาะสม เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ และ ไม่มีการกําหนดเงื่อนไขที่เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ให้อยู่ในดุลยพินิจของ หัวหน้าส่วนราชการ และให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุดําเนินการ นําร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ เพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะ วิจารณ์หรือมีความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง หรือทางจดหมายลงทะเบียนมายัง ส่วนราชการโดยเปิดเผยตัว หากไม่มีผู้ใดเสนอแนะหรือวิจารณ์ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดทํา และเผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ ๗ ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการและให้ปิดประกาศอย่างเปิดเผย ณ ที่ทําการ ของส่วนราชการนั้นด้วย

ข้อ ๒๘ กรณีที่มีผู้เสนอแนะหรือวิจารณ์ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุร่วมกับผู้รับผิดชอบจัดทํา รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหาพิจารณาว่า สมควรดําเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ โดยให้ดําเนินการดังนี้ (๑) พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรปรับปรุงร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์เมื่อดําเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดทํารายงานขอปรับปรุง ร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์พร้อมความเห็น เสนอหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้นําร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ลงเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ ในกรณีที่มีผู้ให้ข้อเสนอแนะหรือวิจารณ์หากมีการปรับปรุงแก้ไขร่างประกาศ และร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งใด ส่วนราชการจะต้องนําร่างประกาศและร่างเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ (๒) พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ควรปรับปรุงร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุจัดทํารายงานพร้อมความเห็น เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อขอ ความเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้จัดทําและเผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ ในกรณีหัวหน้าส่วนราชการไม่ให้ความเห็นชอบ ให้แจ้งความเห็นให้ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อดําเนินการปรับปรุงร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และจัดทํารายงานขอปรับปรุงร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์พร้อมความเห็น เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อขอความเห็นชอบอีกครั้ง เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้นําร่างประกาศ และร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของส่วนราชการ และเว็บไซต์ ของกรมบัญชีกลาง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ

ข้อ ๒๙ ในการจัดทําและเผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้ายื่นประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุดําเนินการเผยแพร่ ผ่านทางเว็บไซต์ของส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง โดยผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามวัน และเวลาที่ได้กําหนดไว้ในประกาศไม่น้อยกว่า ๓ วันทําการ

ข้อ ๓๐ ให้ส่วนราชการกําหนดหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคาไว้ใน ร่างเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วยเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างในครั้งดังกล่าวเกิดประโยชน์ สูงสุดแก่ทางราชการ โดยการกําหนดหลักเกณฑ์จะต้องสอดคล้องกับหลักการบริหารพัสดุภาครัฐที่ดี ดังต่อไปนี้ (๑) คุ้มค่า โดยพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนอง วัตถุประสงค์ในการใช้งานของส่วนราชการมากที่สุด มีราคาที่เหมาะสม และมีแผนการบริหารพัสดุ ที่เหมาะสมและชัดเจน ๘ (๒) โปร่งใส โดยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุต้องกระทําโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีหลักฐานการดําเนินงานชัดเจน และมีการเปิดเผยข้อมูล การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในทุกขั้นตอน (๓) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุล่วงหน้าเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมี การประเมินและเปิดเผยผลสัมฤทธิ์ของการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุทุกปี (๔) ตรวจสอบได้โดยมีการเก็บข้อมูลดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ อย่างเป็นระบบเพื่อประโยชนในการตรวจสอบ ์

ข้อ ๓๑ ให้ส่วนราชการกําหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคา โดยเลือกใช้ หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) หลักเกณฑ์ราคา (Price) ให้ส่วนราชการกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ผู้ชนะการเสนอราคาโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา ในกรณีที่ส่วนราชการเห็นว่า การกําหนดคุณสมบัติของ ผู้เสนอราคาและคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหาสําหรับใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาก็เพียงพอที่จะได้มา ซึ่งพัสดุที่มีคุณภาพดีตรงตามความต้องการ และเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ (๒) หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ให้ส่วนราชการกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคา โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมิน ค่าประสิทธิภาพต่อราคา ในกรณีที่ส่วนราชการเห็นว่า แม้ว่าจะมีการกําหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคา และคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหาแล้ว ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทําให้ส่วนราชการได้พัสดุที่มีคุณภาพดี ตรงตามความต้องการและเป็นประโยชน์แก่ทางราชการจึงมีความจําเป็นต้องกําหนดปัจจัยต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อใช้ในการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้เสนอราคาที่เสนอพัสดุที่มีคุณภาพ แต่ไม่ได้เสนอราคาต่ำสุดสามารถชนะการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ บริหารพัสดุภาครัฐที่ดี

ข้อ ๓๒ การกําหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคา โดยใช้หลักเกณฑ์ การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคาตามข้อ ๓๑ (๒) มีขั้นตอนดังนี้ (๑) พิจารณาเลือกตัวแปรหลักดังต่อไปนี้อย่างน้อย ๒ ตัวแปรหลักสําหรับใช้กําหนด เป็นเกณฑ์ในการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา ได้แก่ (ก) ราคาที่เสนอราคา (Price) เป็นตัวแปรหลักประเภทบังคับ (ข) ผลการประเมินผู้ค้าภาครัฐ (Grading) เป็นตัวแปรหลักประเภทไม่บังคับ (ค) คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ เป็นตัวแปรหลัก ประเภทไม่บังคับ ได้แก่คุณภาพของสินค้า มาตรฐานของสินค้า ต้นทุนของพัสดุนั้นตลอดอายุการใช้งาน บริการหลังการขาย และประโยชน์ระยะยาวที่จะเกิดขึ้นแก่ส่วนราชการ (ง) การเสนอพัสดุที่เป็นกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เป็นตัวแปรหลัก ประเภทไม่บังคับ ให้ส่วนราชการพิจารณาเลือกใช้ตัวแปรหลักตาม (ก) – (ง) ดังกล่าวข้างต้น มากําหนดเป็นเกณฑ์ในการประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคา โดยส่วนราชการอาจเลือกใช้ตัวแปรหลัก ประเภทบังคับตาม (ก) และตัวแปรหลักประเภทไม่บังคับบางตัวแปรตาม (ข) – (ง) หรือทั้งหมดก็ได้ ๙ (๒) หลังจากที่ได้กําหนดตัวแปรหลักแล้ว ให้พิจารณาน้ำหนักของตัวแปรหลัก แต่ละตัวแปร โดยกําหนดให้น้ำหนักของตัวแปรรวมทั้งหมดเท่ากับ ๑๐๐ ในการพิจารณาน้ำหนักของตัวแปร ให้คํานึงถึงความเหมาะสม และประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก

ข้อ ๓๓ ในการกําหนดตัวแปรหลักประเภทไม่บังคับตามข้อ ๓๒ (๑) (ง) การเสนอพัสดุ ที่เป็นกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ได้แก่ พัสดุที่แสดงเครื่องหมายฉลากเขียวหรือตะกร้าเขียว เฉพาะที่ผลิตในประเทศหรือเป็นกิจการของคนไทย พัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ พัสดุที่มีผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม หรือพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือเป็นกิจการของคนไทย มีหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาดังนี้ (๑) เมื่อกําหนดให้การเสนอพัสดุที่เป็นกิจการที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เป็นตัวแปรหลัก และได้กําหนดน้ำหนักของตัวแปรหลักดังกล่าวแล้ว ให้กําหนดคุณสมบัติของตัวแปรรอง ได้แก่ (ก) เป็นพัสดุที่แสดงเครื่องหมายฉลากเขียว ที่ได้รับการรับรองเครื่องหมาย จากมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เฉพาะที่ผลิตในประเทศไทย หรือเป็นกิจการของคนไทย (ข) เป็นพัสดุที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตามมาตรฐานเลขที่มอก. ซึ่งได้รับการรับรองเครื่องหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ผลิตในประเทศไทย หรือเป็นกิจการของคนไทย (ค) เป็นพัสดุที่มีผู้ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ (ISO) ในกิจการและขอบข่ายที่ได้รับการรับรองจากสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือสถาบัน รับรองมาตรฐาน ไอ เอส โอ หรือหน่วยงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้การรับรองระบบงาน ที่ผลิตใน ประเทศไทยหรือเป็นกิจการของคนไทย (ง) เป็นพัสดุที่แสดงเครื่องหมายตระกร้าเขียว ที่ได้รับการรับรองเครื่องหมาย จากกรมควบคุมมลพิษ เฉพาะที่ผลิตในประเทศ หรือเป็นกิจการของคนไทย (จ) เป็นพัสดุที่มีผู้ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม (ฉ) เป็นพัสดุที่ผลิตในประเทศ (ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตสําเร็จรูปแล้ว โดยสถานที่ผลิต ตั้งอยู่ในประเทศไทย) หรือเป็นกิจการของคนไทย (กิจการที่เป็นของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย) (๒) ในการตรวจสอบคุณสมบัติของตัวแปรรองมีแนวทางในการดําเนินการดังนี้ (ก) กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของพัสดุตาม (๑)(ก) สามารถตรวจสอบ ข้อมูลได้ที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือทางเว็บไซต์ http://ptech.pcd.go.th และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือทางเว็บไซต์ www.tei.or.th (ข) กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของตัวแปรรอง (๑)(ข) (๑)(ค) (๑)(จ) และ (๑)(ฉ) สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่กระทรวงอุตสาหกรรม หรือทางเว็บไซต์ www.tisi.go.th (ค) กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของตัวแปรรอง (๑)(ง) สามารถตรวจสอบ ข้อมูลได้ที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือทางเว็บไซต์ http://ptech.pcd.go.th ๑๐ (๓) ในการพิจารณาให้คะแนน มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ (ก) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ก) (๑)(ข) และ (๑)(ค) ครบทั้ง ๓ ตัวแปร จะได้รับคะแนนร้อยละ ๑๐๐ ของคะแนนเต็ม (ข) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ก) และ ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ข) หรือ (๑)(ค) อย่างใดอย่างหนึ่งจะได้รับคะแนนร้อยละ ๙๐ ของคะแนนเต็ม (ค) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ง) และ ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ข) หรือ (๑)(ค) อย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับคะแนน ร้อยละ ๘๐ ของคะแนนเต็ม (ง) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ก) (๑)(ข) หรือ (๑)(ค) อย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับคะแนนร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเต็ม (จ) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ง) และ (๑)(จ) ครบทั้ง ๒ ตัวแปร จะได้รับคะแนนร้อยละ ๖๐ ของคะแนนเต็ม (ฉ) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ง) หรือ (๑)(จ) อย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับคะแนนร้อยละ ๕๐ ของคะแนนเต็ม (ช) กรณีเป็นผู้เสนอราคาพัสดุที่มีคุณสมบัติตรงตามตัวแปร (๑)(ฉ) เพียง ตัวแปรเดียว จะได้รับคะแนนร้อยละ ๔๐ ของคะแนนเต็ม ในกรณีที่ส่วนราชการได้เลือกใช้ตัวแปรหลักตามข้อ ๓๒ (๑)(ก) และ (๑)(ข) เมื่อส่วนราชการ กําหนดน้ำหนักของตัวแปรหลักดังกล่าวแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะดําเนินการ ประมวลผลคะแนนของตัวแปรหลักดังกล่าวให้สําหรับกรณีที่ส่วนราชการเลือกใช้ตัวแปรหลักอื่น ๆ ตามข้อ ๓๒ (๑)(ค) – (๑)(จ) เมื่อส่วนราชการกําหนดน้ำหนักของตัวแปรหลักดังกล่าวแล้ว ส่วนราชการ จะต้องเป็นผู้ประเมินคะแนนของตัวแปรหลักแต่ละตัวแปร โดยกําหนดให้ตัวแปรหลักแต่ละตัวแปรมี คะแนนเต็มเท่ากับ ๑๐๐ คะแนน และเมื่อมีการพิจารณาผลการให้คะแนนของตัวแปรหลักแต่ละตัวแปรแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะดําเนินการประมวลผลคะแนนรวมทั้งหมดและจัดลําดับ คะแนนโดยเรียงลําดบจากผ ั ู้เสนอราคาที่ได้คะแนนรวมสูงสุดไปต่ำสุดตามลําดับ

ข้อ ๓๔ เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีที่ผู้เสนอราคาไม่ปฏิบัติ ตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ส่วนราชการกําหนดหลักประกันการเสนอราคา มูลค่าของหลักประกัน การเสนอราคา และเงื่อนไขการยึดหลักประกันการเสนอราคา ดังนี้ (๑) หลักประกันการเสนอราคา ให้ส่วนราชการกําหนดให้ใช้หลักประกันการเสนอราคา ได้แก่ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศ (๒) มูลค่าของหลักประกัน ให้ส่วนราชการกําหนดมูลค่าของหลักประกัน เป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละ ๕ ของวงเงินงบประมาณที่จัดหาพัสดุในครั้งนั้น (๓) เงื่อนไขการยึดหลักประกันการเสนอราคา ให้ส่วนราชการสามารถ ยึดหลักประกันการเสนอราคาในกรณีที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคาในการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์แล้วไม่ไปทําสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ทางราชการกําหนด ทั้งนี้เงื่อนไขการยึด หลักประกันการเสนอราคา ให้กําหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจน ๑๑ (๔) การคืนหลักประกันการเสนอราคา ให้ส่วนราชการคืนหลักประกันการเสนอราคา ให้แก่ผู้ยื่นเสนอราคาหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้าส่วนราชการได้พิจารณา รายงานผลการคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ ๓ ลาดํ ับแรก ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทําสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้เสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว

ข้อ ๓๕ การให้หรือการจําหน่ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้กระทําไปพร้อมกัน กับการเผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ผู้เสนอราคาสามารถขอรับหรือ ซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วัน เริ่มต้นประกาศ โดยในการขอรับหรือซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้กระทําผ่านทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น

ข้อ ๓๖ เมื่อถึงกําหนดวันเสนอราคา ให้ผู้เสนอราคาดําเนินการดังนี้ (๑) จัดทําเอกสารหลักฐานสําหรับใช้ในการเสนอราคา ในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท Netware Printer Definition File (PDF File) โดยผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ ความครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ที่จะใช้เสนอราคาให้แล้วเสร็จก่อนกําหนด วันยื่นเสนอราคา (๒) ให้ผู้เสนอราคานําข้อมูล PDF File ที่ได้จัดเตรียมไว้ตาม (๑) มาดําเนินการ บันทึกและส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่ส่วนราชการผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ภายในวัน และเวลาที่ประกาศกําหนด โดยผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง ในการบันทึกและส่งข้อมูล (Upload) ของตนก่อนที่จะยืนยันการเสนอ ราคา (๓) เมื่อผู้เสนอราคาได้ยืนยันการเสนอราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ห้ามดําเนินการแก้ไขข้อมูลหรือส่งข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์อีก (๔) ผู้เสนอราคาต้องไม่ยื่นเอกสารอันเป็นเท็จแก่ส่วนราชการ หากส่วนราชการ ตรวจสอบพบในขณะพิจารณาผลการเสนอราคาหรือภายหลังจากนั้น ส่วนราชการสามารถตัดสิทธิ์ โดยไม่พิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายนั้น หรือตัดสิทธิ์การเป็นผู้ชนะการเสนอราคาโดยไม่เรียก ผู้เสนอราคารายนั้นมาทําสัญญาและสามารถลงโทษเป็นผู้ทิ้งงานได้ (๕) ในกรณีการซื้อหรือการจ้างใดมีรายละเอียดที่มีความจําเป็นโดยสภาพของการซื้อ หรือการจ้าง ที่ส่วนราชการประกาศให้ผู้เสนอราคานําตัวอย่างพัสดุมาแสดงเพื่อทดลองหรือทดสอบ ให้ผู้เสนอราคานําเอกสารหลักฐานแสดงความเป็นผู้มีอํานาจเสนอราคาหรือหลักฐานการมอบอํานาจ พร้อมตัวอย่างพัสดุไปแสดงเพื่อทดลองหรือทดสอบตามวันเวลา และสถานที่ที่กําหนดในประกาศ

ข้อ ๓๗ เมื่อถึงกําหนดวันรับข้อเสนอ ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดําเนินการดังนี้ (๑) การรับเอกสารเสนอราคา ให้ดําเนินการรับเอกสารเสนอราคาผ่านทางระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เว้นแต่ กรณีการซื้อหรือการจ้างใดมีรายละเอียดที่มี ความจําเป็นโดยสภาพของการซื้อหรือการจ้างที่จะต้องประกาศให้ผู้เสนอราคานําตัวอย่างพัสดุมาแสดง เพื่อทดลองหรือทดสอบ ให้คณะกรรมการดําเนินการรับพัสดุ หรือรับฟังการชี้แจง หรือทดสอบพัสดุ ๑๒ ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กําหนดในประกาศ ทั้งนี้ให้คณะกรรมการจัดทําบันทึกการนําพัสดุมาแสดง หรือการชี้แจงรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง (๒) เมื่อพ้นกําหนดเวลารับเอกสารเสนอราคาแล้ว ห้ามคณะกรรมการรับเอกสาร หลักฐานต่างๆ และพัสดุตัวอย่าง ตามเงื่อนไขที่กําหนดในประกาศและเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมจากผู้เสนอราคา เว้นแต่กรณีตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๖ (๙) (๓) คณะกรรมการจะต้องเก็บเอกสารเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกรายเป็น ความลับ และห้ามมิให้เปิดเผยเอกสารเสนอราคาของผู้เสนอราคาต่อผู้ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง ครั้งนั้น หรือต่อผู้เสนอราคารายอื่น (๔) ให้คณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารการเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกราย ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด โดยให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อ กํากับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผู้เสนอราคาทุกแผ่น (๕) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเสนอราคาต่างๆ และพัสดุตัวอย่าง (ถ้ามี) ของผู้เสนอราคาทุกราย แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ยื่นเอกสารเสนอราคาครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติ และข้อเสนอทางด้านเทคนิคหรือเสนอพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่ครบถ้วน ถูกต้อง ตามเงื่อนไขที่ส่วนราชการกําหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งในกระบวนการ พิจารณา คณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้เสนอราคารายใดก็ได้แต่จะให้ผู้เสนอราคา รายใดเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้และหากคณะกรรมการเห็นว่าผู้เสนอราคารายใด มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ส่วนราชการได้กําหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้คณะกรรมการตัดรายชื่อของผู้เสนอราคารายนั้น และบันทึกในรายงานไว้ด้วย ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ส่วนราชการกําหนดไว้ ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่มิใช่สาระสําคัญ และความแตกต่างนั้นไม่มีผล ทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่นหรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อยให้พิจารณาผ่อนปรน การตัดสิทธิ์ผู้เสนอราคารายนั้นและพิจารณาในขั้นตอนต่อไป (๖) พิจารณาคัดเลือกสิ่งของหรืองานจ้างหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ที่ตรวจสอบตาม (๕) และตามหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคาในข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ แล้ว เสนอให้ซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด หรือผู้เสนอราคาที่ได้คะแนน รวมสูงสุด แล้วแตกรณ ่ ี ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายรายตามข้อ ๓๑ (๑) ให้พิจารณาผู้เสนอราคาต่ำสุด รายที่เสนอราคาครบถ้วนถูกต้องตามเงื่อนไขที่ส่วนราชการกําหนด ซึ่งได้รับการยืนยันจากระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นผู้ที่เสนอราคาเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในลําดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา หรือกรณีมีผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดเท่ากันหลายรายตามข้อ ๓๒ ให้ส่วนราชการพิจารณาคัดเลือกให้ผู้เสนอราคาที่ได้คะแนนสูงสุดในตัวแปรหลักที่มีน้ำหนักมากที่สุด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา หากไม่อาจดําเนินการชี้ขาดตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ให้พิจารณาคัดเลือก ผู้ที่เสนอราคาในลําดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ๑๓

ข้อ ๓๘ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้พิจารณาตาม ข้อ ๓๗ (๕) แล้ว ปรากฏว่า มีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียวหรือมีผู้เสนอราคาหลายรายแต่ผ่านการคัดเลือก เพียงรายเดียว โดยปกติให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดําเนินการต่อไป โดยไม่ต้องยกเลิก การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้คณะกรรมการต่อรองราคากับผู้เสนอราคารายนั้น แล้วเสนอ ความเห็นต่อหัวหน้าส่วนราชการต่อไป ในกรณีไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กําหนดให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น เพื่อดําเนินการโดยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แต่หากหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาแล้วเห็นว่า หากดําเนินการโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ อาจไม่ได้ผลดีจะสั่งให้ดําเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๓ (๘) หรือข้อ ๒๔ (๖) แล้วแต่กรณีก็ได้

ข้อ ๓๙ เมื่อดําเนินการตามข้อ ๓๗ แล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมด ผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่พัสดุต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อขอความเห็นชอบ พร้อมเสนอผู้มีอํานาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ก่อนแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เสนอราคาทุกรายทราบ และประกาศผลการพิจารณาในเว็บไซต์ของ ส่วนราชการและเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง

ข้อ ๔๐ กรณีที่ปรากฏว่า ราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการพิจารณาผล การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๗ (๔) แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการดําเนินการดังนี้ (๑) ให้แจ้งผู้เสนอราคารายนั้นเพื่อต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทําได้หากผู้เสนอราคา รายนั้นยอมลดราคาแล้ว ราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาอีก แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของ วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคา รายนั้น (๒) ถ้าดําเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล ให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการ เห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกัน ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายใน กําหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไม่มายื่นเสนอราคา ให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม หากผู้เสนอราคาต่ำสุดในการต่อรองราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคา ที่เหมาะสม ก็ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป (๓) ถ้าดําเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อประกอบการใช้ดุลยพินิจว่าจะสมควรลดรายการ ลดจํานวน หรือลดเนื้องาน หรือขอเงินเพิ่มเติม หรือยกเลิกการจัดหาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งนั้น เพื่อดําเนินการจัดหาโดยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ๑๔

ข้อ ๔๑ ภายหลังจากการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว แต่ยังไม่ได้ทําสัญญาหรือตกลงซื้อ หรือจ้างกับผู้เสนอราคารายใด ถ้ามีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นเหตุให้ต้อง เปลี่ยนแปลงสาระสําคัญในรายการละเอียด หรือเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เสนอราคาด้วยกัน ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณายกเลิก การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น

ข้อ ๔๒ ในกรณีที่ส่วนราชการมีความจําเป็นต้องกําหนดเงื่อนไขให้มีการปรับปรุงข้อเสนอ ให้ครบถ้วนและเป็นไปตามความต้องการก่อนพิจารณาข้อเสนอด้านราคา หรือการซื้อหรือการจ้าง แบบเหมารวม (Lump Sum Turnkey) ที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดําเนินการได้ให้ส่วนราชการ ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แบบทั่วไป เว้นแต่การกําหนดหลักเกณฑ์ ในการเสนอราคา ให้เสนอราคาโดยแยกเป็น (๑) ข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่นๆ (๒) ข้อเสนอด้านราคา (๓) ข้อเสนอทางการเงิน (ถ้ามี) การซื้อหรือการจ้างที่เปิดโอกาสให้มีการยื่นข้อเสนอทางการเงินมาด้วยให้กําหนดให้ผู้เสนอราคา ยื่นข้อเสนอทางการเงินแยกมาต่างหาก และให้ส่วนราชการกําหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะ การเสนอราคาโดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินค่าประสิทธิภาพต่อราคาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา และ ให้กําหนดปัจจัยข้อเสนอทางการเงินเป็นปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่ง โดยกําหนดน้ำหนักตามความเหมาะสม เพื่อทําการประเมินเปรียบเทียบต่อไป ทั้งนี้ให้กําหนดวิธีการ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์การพิจารณา ไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ด้วย การประเมินสิทธิผู้เสนอราคา

ข้อ ๔๓ การประเมินสิทธิผู้เสนอราคา เป็นการประเมินสถานะของผู้เสนอราคา ว่ามีประสิทธิภาพ และความสามารถที่จะเข้ามาดําเนินการตามสัญญากับส่วนราชการได้เพียงใด ซึ่งเป็นการแสดงผลการดําเนินงานที่ผ่านมาของผู้เสนอราคาว่า มีผลงานอยู่ในระดับใด โดยมีการแสดง สัญลักษณ์เป็นสัญญาณไฟ ซึ่งแยกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้ (๑) สัญญาณไฟสีเขียว แสดงสถานะพร้อมที่จะสามารถทํางานได้โดยไม่มีปัญหา (๒) สัญญาณไฟสีเหลือง แสดงสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและห้ามทําสัญญา เนื่องจากเป็นผู้ไม่พร้อมจะทํางาน ในกรณีดําเนินการตามสัญญาไม่แล้วเสร็จตามเกณฑ์ที่กวพ. กําหนด เมื่อผู้เสนอราคาที่มีการแสดงสัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเหลืองส่งมอบของหรือ งานจ้างตามสัญญา ตามหลักเกณฑ์ที่ กวพ. กําหนด สัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็น สัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเขียว เว้นแต่กรณีที่ส่วนราชการพิจารณาตรวจรับหรือตรวจการจ้างแล้วเห็นว่า ของหรืองานจ้างไม่ถูกต้องตามสัญญา สัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเขียวนั้นจะเปลี่ยนกลับเป็นสัญลักษณ์ ที่เป็นสัญญาณไฟสีเหลือง (๓) สัญญาณไฟสีแดง แสดงสถานะที่ห้ามเข้าทําสัญญา เนื่องจากเป็นผู้ที่ถูก แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน กรณีกวพ. อาศัยอํานาจตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๒ (๖) โดยมีคําสั่งเปลี่ยนแปลงเพิกถอนผู้ทิ้งงาน สัญลักษณ์ที่เป็น สัญญาณไฟสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเหลืองหรือสัญญาณไฟสีเขียว แล้วแต่กรณี ๑๕

ข้อ ๔๔ ผู้เสนอราคาที่มีการแสดงสัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเหลืองหรือสัญญาณไฟสีแดง จะถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าเสนอราคาหรือทําสัญญากับส่วนราชการ

ข้อ ๔๕ ในวันเสนอราคาหรือวันทําสัญญา เมื่อปรากฏว่า ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนอราคา รายต่ำสุดปรากฏสัญลักษณ์ที่เป็นสัญญาณไฟสีเหลือง ผู้เสนอราคาหรือผู้เสนอราคารายต่ำสุดนั้น ไม่สามารถเสนอราคา หรือทําสัญญาต่อไปได้ กรณีไม่อาจทําสัญญากับผู้เสนอราคารายต่ำสุดตามวรรคหนึ่ง ให้ส่วนราชการเรียกผู้เสนอราคา รายลําดับถัดไปเข้ามาทําสัญญาได้

บทเฉพาะกาล

ที่มา : ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง กรมบัญชีกลาง

ข้อ ๔๖ การดําเนินการใดๆ ที่กระทําก่อนหน้าวันที่แนวทางปฏิบัตินี้ใช้บังคับเป็นอันสมบูรณ์ และให้มีผลต่อไปตามระเบียบเดิม

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ