การทำวิจัยในชั้นเรียน

การวิจัยในชั้นเรียน เป็นกระบวนการหนึ่งเพื่อการแสวงหาความูร้ การเรียนรู้ในชั้นเรียนอย่างมีหลักการ อาศัยเนื้อหาและกระบวนการอย่างเป็นระบบในการรวบรวมวิเคราะห์ เป็นการศึกษาค้นคว้าที่สะท้อนตัวครูผู้สอนและกลุ่มผู้ร่วมปฏิบัติงานในสถานการณ์สังคม เพื่อค้นหาลักษณะที่เหมาะสมของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานให้สอด คล้องกับภาวะของสังคมหรือสถานการณ์ ด้วยความร่วมมือของเพื่อนครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ตลอดจนสมาชิกในสังคมที่เกี่ยวข้อง มีจุดมุ่งหมายเพื่อพินิจพิเคราะห์การกระทำของตนเองและกลุ่ม เพื่อพัฒนาเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรการสอนและการเรียนรู้ อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงแบบมีแผน ดังนั้น การวิจัยในชั้นเรียน จึงไม่ใช่เป็นเพียงการแก้ปัญหา แต่จะเป็นการตั้งปัญหาจากแรงกระตุ้นของผู้วิจัยที่ต้องการเปลี่ยนแปลงพัฒนา แล้วปฏิบัติสังเกต สะท้อนกลับเป็นวัฏจักรของการวิจัยที่หมุนไปเรื่อย ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและสร้างภาพลักษณ์ของการเรียนการสอนให้มี คุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่คณาจารย์ และบุคลากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร เกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียนในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร ให้มีคุณภาพยิ้งขึ้นโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ ในการสร้างความรู้ ประสบการณ์ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันเพื่อให้การจัดทำวิจัยในชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยแม่โจ้- ชุมพรไปในทิศทางเดียวกัน

การวิจัยในชั้นเรียน  เป็นการวิจัยเพื่อหานวัตกรรมสำหรับแก้ปัญหาหรือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้ เรียน ซึ่งเน้นในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยมีปัญหาการเรียนรู้เป็นจุดเริ่มต้น ผู้สอนหาวิธีการ หรือนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา มีการสังเกตและตรวจสอบผลของการแก้ปัญหา/การพัฒนา แล้วจึงบันทึกและสะท้อนการแก้ปัญหาหรือการพัฒนานั้นๆ การวิจัยในชั้นเรียนมักเป็นการวิจัยขนาดเล็ก (Small scale) ที่ดำเนินการโดยผู้สอน เป็นกระบวนการที่ผู้สอนสะท้อนการปฏิบัติงาน และเสริมพลังอำนาจให้ครูผู้สอน (อ้างถึงในสุภัทรา เอื้อวงศ์, 2554.)

ความสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียน

การวิจัยในชั้นเรียนนั้นมุ่งแก้ปัญหาและ/หรือ พัฒนางานที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน  ซึ่งต้องบังเกิดประโยชน์แก่นักเรียนให้ในการพัฒนาการเรียนรู้อยู่แล้ว  และต้องส่งผลต่อผลงานของครูผู้สอนและโรงเรียนตามมา  และนอกจากนี้การวิจัยในชั้นเรียนนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 24(5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากการเรียนการสอนและแหล่ง วิทยาการประเภทต่างๆ มาตรา 30 ส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน ในแต่ละระดับการศึกษาในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544  ได้กล่าวถึงการวิจัย ในกระบวนการจัดการศึกษา ของผู้เกี่ยวข้อง ดังเช่น ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้ เรียน..ให้ผู้สอนนำกระบวนการวิจัยมาผสมผสาน

บูรณาการใช้ในการจัดการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนและเพื่อให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สามารถใช้กระบวนการวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เรียนรู้ ด้วย

ประโยชน์ของการวิจัยในชั้นเรียน

  1. ปรับปรุง พัฒนาวิธีการปฏิบัติงานการเรียนรการสอนใช้วิจัยเป็นฐาน
  2. กลยุทธ์สร้างความเข้มแข็งของศาสตร์การสอนวิชาชีพครู

ความรู้เดิม F ความรู้ ข้อค้นพบใหม่ในบริบทการจัดการความรู้

  1. พัฒนาครูให้มีจิตวิจัย วิธีคิดเชิงระบบ ทักษะการแก้ปัญหา เปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอน
  2. พัฒนาภาะผู้นำการเรียนรู้ (Learning leadership) องค์กรการเรียนรู้

1. ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย

ตัวอย่างการวิจัยจากนักวิชาการที่ได้รับความนิยม มี 2 ท่าน ดังนี้Freeman.  1998,(อ้างถึงในสุธาสินี  บุญญาพิทักษ์ออนไลน์  2554)  ได้อธิบายขั้นตอนการทำวิจัยในชั้นเรียน  เป็น  6  ขั้นตอนอันประกอบด้วย

1.    ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพที่เกิดขึ้น

2.    กำหนดคำถามวิจัย

3.    รวบรวมข้อมูล

4.    วิเคราะห์ข้อมูล

5.    ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

6.    เผยแพร่ข้อค้นพบ

ส่วน วิชิต สุรัตน์เรืองชัย, (2546)  ได้กล่าวถึงขั้นตอนเฉพาะของการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน โดยกล่าวถึงขั้นปฏิบัติจริงที่ปรับจากขั้นตอนทั่วไป เป็น 7 ขั้น ดังนี้

1.กำหนดปัญหา -ประเด็นปัญหา

2.ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น -บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหา

3.วางแผนปฏิบัติ -กำหนดทางเลือกหลากหลาย

4.ปฏิบัติตามแผน

5.สังเกตผล

6.สรุปผล

7.สะท้อนผล

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ