สหกิจศึกษา

ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดแรงงานค่อนข้างสูง สถานประกอบการต้องการบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการจัดการและการวางแผนการแก้ไขปัญหา การสื่อสารในการทำงาน การทำงานเป็นทีม และเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ คำว่า “สหกิจศึกษา” (Cooperative Education) โดย ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้บัญญัติศัพท์ จากมหาวิทยาลัยสุรนารี และถือเป็นบุคคลแรกที่ได้นำระบบสหกิจศึกษาเข้ามาในประเทศไทย โดยเริ่มจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษาขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2536 และมีนักศึกษารุ่นแรกไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาณสถานประกอบการในปีการศึกษา 2538

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้จัดให้มีการศึกษาระบบไตรภาคเพื่อรองรับการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาสองครั้ง คือ ในชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 มีภาคสหกิจศึกษาสลับกับภาคเรียนปกติโดยได้รับนักศึกษา ได้เริ่มไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยยุคแรกเช่นกันที่จัดสหกิจศึกษาโดยเริ่มในปี พ.ศ. 2541 จากนั้นแนวคิดดังกล่าวได้ขยายไปสู่มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนอย่างกว้างขวาง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้จัดสหกิจศึกษาเป็นสามช่วงระยะเวลา คือ 4 – 2 – 4 เดือน รวมเป็น 10 เดือน โดยจัดในชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 ทำให้

ระยะเวลาเรียนในหลักสูตรสหกิจศึกษา มากกว่าหลักสูตรปกติหนึ่งปีการศึกษา

ในปีพ.ศ. 2545 รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น (นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ) ได้ประกาศนโยบายให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่สถาบันการศึกษาที่ จัดสหกิจศึกษา โดยได้จัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายหัวให้แก่สถาบันการศึกษา 17 แห่ง ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรสหกิจศึกษา และให้ใช้หลักสูตรสหกิจศึกษาของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นต้นแบบ จากนั้น สหกิจศึกษาได้ขยายสู่ระดับชาติโดยรัฐบาลได้ก้าวเข้ามาสนับสนุนผ่านทบวงมหาวิทยาลัย และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นภาคีสำคัญของภาครัฐ

การดำเนินงานสหกิจศึกษาในช่วงเริ่มต้นอยู่ในรูปของทวิภาคีคือ สถานศึกษาร่วมมือกับสถานประกอบการ โดยภาครัฐมิได้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง หากแต่มีหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าไทยที่ได้สนับสนุนสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในระยะเริ่มต้น การดำเนินงานสหกิจศึกษาได้เข้าสู่ลักษณะพหุภาคีเมื่อปี พ.ศ. 2545 กล่าวคือ มีหน่วยงานหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมกันรับผิดชอบดำเนินงานสหกิจ

ศึกษา ได้แก่ สถานศึกษา สถานประกอบการ หน่วยงานของรัฐ คือ ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ทำหน้าที่ดูแลด้านนโยบายและให้การสนับสนุนด้านการเงิน องค์กรเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สมาคมวิชาการในประเทศไทยได้แก่ สมาคมสหกิจศึกษาไทย (Thai Association for Cooperative Education – TACE) และ สมาคม วิชาการระดับนานาชาติ ได้แก่ สมาคมสหกิจศึกษาโลก (World Association for Cooperative Education – WACE) นับว่า การจัดการสหกิจศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน มีภาคีต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทครบทุกภาคส่วนในลักษณะเครือข่ายพหุภาคี สำหรับสมาคมสหกิจศึกษาโลกนั้น มหาวิทยาลัยสุรนารีได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่เริ่มจัดสหกิจศึกษาและ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อธิการบดี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้รับเชิญ เป็นคณะกรรมการอำนวยการของสมาคม  (Board of Governors) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สหกิจศึกษา (Cooperative Education) เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่ได้ริเริ่มนำสหกิจศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีเป็นระบบการศึกษาที่ผสมผสานการเรียนการสอนในสถานศึกษากับการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการอย่างมีระบบ โดยนักศึกษาต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาเสมือนเป็นพนักงานของสถานประกอบการเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 16 สัปดาห์อย่างต่อเนื่องโดยงานที่นักศึกษาปฏิบัติต้องตรงกับสาขาวิชาชีพและเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การทำงานจริง (Work-based Learning) เป็นการเน้นให้นักศึกษาได้ทำโครงงานพิเศษ (Project) ที่มีประโยชน์ต่อสถานประกอบการ เช่น การปรับปรุง การดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาของกระบวนการทำงาน สหกิจศึกษาจึงถือว่าเป็นกลไกการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันสูงสุดนักศึกษาสหกิจศึกษาจะเข้าปฏิบัติงานในสถานประกอบการในลักษณะพนักงานชั่วคราว ได้ลงมือปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เป็นประสบการณ์ที่นักศึกษาไม่สามารถเรียนรู้ได้ในห้องเรียน นักศึกษาจะได้รับการพัฒนาตนเอง ทางด้านความคิด การสังเกต การตัดสินใจ การวิเคราะห์และประเมินผลอย่างเป็นระบบ มีการจัดเตรียมและนำเสนอรายงานวิชาการจากประสบการณ์การทำงานจริงของตนเองที่สะท้อนการผสมผสานระหว่างภาคทฤษฎีและปฏิบัติเข้าด้วยกัน รวมทั้งการค้นพบตนเองทางด้านงานอาชีพที่ชัดเจนขึ้นด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผสมผสานภาคทฤษฎีเข้ากับภาคปฏิบัติได้อย่างลงตัวเช่นนี้จึงส่งผลให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น กระบวนการสหกิจศึกษายังทำให้เกิดการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานประกอบการ ทำให้สถานศึกษามีแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานตลอดเวลา ในขณะที่สถานประกอบการจะได้แรงงานนักศึกษาร่วมงานตลอด

ทั้งปีก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

วัตถุประสงค์ของสหกิจศึกษา

  1. เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์ทางด้านอาชีพ และการพัฒนา ตนเองแก่นักศึกษา ในรูปแบบที่มีคุณค่าเหนือกว่าการฝึกงาน ทั่วไป
  2. เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีส่วนร่วม ในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต
  3. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
  4. เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัย กับสถานประกอบการ โดยผ่านกระบวนการสหกิจศึกษา เพื่อให้การปฏิบัติงานสหกิจศึกษาเป็นไปอย่างเหมาะสม

หลักสูตรสหกิจศึกษา

-          สหกิจศึกษาเป็นหลักสูตรบังคับสำหรับนักศึกษาทุกสาขา ในหลักสูตร 4 ปี

-          นักศึกษาจะต้องเป็นนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ว่าด้วยสหกิจศึกษา

-          การจัดภาคการศึกษาสหกิจศึกษาจะอยู่ในภาคการศึกษที่ 1 และ 2 ของชั้นปีที4 ทั้งนี้แต่ละสาขาวิชาได้กำหนดภาคสหกิจศึกษาที่นักศึกษาต้องไปปฏิบัติงานไว้ในแผนหลักสูตรการศึกษา

-          นักศึกษาจะต้องไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาอย่างน้อย 1 ภาคการศึกษา แต่ไม่มากกว่า 3 ภาคการศึกษา

-          ระยะเวลาการปฏิบัติงานสหกิจศึกษานักศึกษาจะต้องไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 16 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง

-          การอบรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาในภาคการศึกษาก่อนไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา จะมีการอบรมนักศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการออกไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา  ณ สถานประกอบการโดยมีหัวข้อการอบรมต่าง ๆ ตามที่กำหนด

-          จำนวนหน่วยกิตการศึกษาของสหกิจศึกษา สำหรบนักศึกษา มีค่าไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต (มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้กำหนดให้รายวิชาสหกิจศึกษา มีหน่วยเกิต 9 หน่วยกิต

ประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับจากการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

  1. ได้รับประสบการณ์วิชาชีพตามสาขาวิชาที่นอกเหนือไปจากการเรียนในห้องเรียน
  2. เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความรับผิดชอบ และมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็น คุณสมบัติที่พึงประสงค์ของสถานประกอบการ
  3. ส่งผลให้มีผลการเรียนดีขึ้นภายหลังการปฏิบัติงาน เนื่องด้วย มีความเข้าใจในเนื้อหาวิชามากขึ้นจากประสบการณ์การปฏิบัติงานจริง
  4. เกิดทักษะการสื่อสารข้อมูล
  5. ได้รับค่าตอบแทนในระหว่างการปฏิบัติงาน
  6. สามารถเลือกสายอาชีพได้ถูกต้องเนื่องจากได้รับทราบความ ถนัดของตนเองมากขึ้น
  7. สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการทำงานและ มีโอกาสได้รับการเสนองานก่อนสำเร็จการศึกษา

บุคลากรผู้รับผิดชอบงานสหกิจศึกษา

-          คณาจารย์นิเทศ  (Cooperative Advisor)  เป็นคณาจารย์ประจำสังกัดสาขาวิชาที่มีนักศึกษาสหกิจศึกษา

-          ประธานคณาจารย์นิเทศ (Chief Cooperative Advisor)   เป็นคณาจารย์นิเทศ หรือเป็นหัวหน้าสาขาวิชา หรือคณาจารย์ ท่านหนึ่งท่านใดในสาขาวิชาที่ได้รับการแต่งตั้งจากอธิการบดี

-          เจ้าหน้าที่สหกิจศึกษา  (Cooperative  Coordinator)   จะเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่สถานประกอบการ คณาจารย์ และนักศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ที่มา

คู่มือสหกิจศึกษา Cooperative Education Handbook สำหรับนักศึกษาและคณาจารย์นิเทศ.2555

มหาวิทยาลัยสุรนารี.

คู่มือสหกิจศึกษา  ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์  คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ