การจัดและแยกหมวดหมู่หนังสือด้วยระบบดิวอี้และระบบรัฐสภาอเมริกัน

การแยกหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการค้นหา และเป็นระเบียบในการจัดเก็บ การจัดแยกหนังสือมีหลายวิธี เช่นแบ่งตามเนื้อหา หรือเนื้อเรื่อง แบ่งตามลักษณะและสีของปก แบ่งตามอักษรชื่อผู้แต่ง แบ่งตามขนาดรูปเล่ม แต่วิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และถือว่าเป็นการจัดระบบหมู่ที่ดี คือ การจัดแยกตามเนื้อหา หรือเนื้อเรื่อง ซึ่งจะทำให้หนังสือที่มีเนื้อหาเดียวกันอยู่รวมกัน และเนื้อหาสัมพันธ์กันอยู่ใกล้กัน และใช้สัญลักษณ์แทนเนื้อหาของหนังสือ

ความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องมีการจัดหมู่หนังสือ

1. เพื่อให้หนังสือที่มีเนื้อหาวิชาเหมือนกันอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน

2. เพื่อให้หนังสือที่มีเนื้อหาวิชาใกล้เคียงกัน หรือสัมพันธ์กันอยู่ใกล้กัน สะดวกในการค้นหาเรื่องราวที่สัมพันธ์กัน

3. เพื่อให้ผู้ใช้ห้องสมุดค้นหาหนังสือได้สะดวกรวดเร็ว

4. เพื่อให้ทราบจำนวนหนังสือแต่ละหมวดว่ามีมากน้อยเพียงใด

5. ทำให้สามารถจัดเก็บหนังสือเข้าที่ ถูกต้องตามหมวดหมู่หนังสือแต่ละเล่ม

ระบบการจัดหมู่หนังสือ ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือที่นิยมแพร่หลายมี 2 ระบบ

  1. ระบบทศนิยมดิวอี้ (Dewey decimal classification) เป็นระบบที่ใช้ตัวเลขเป็นลักษณะแทนเนื้อหาของหนังสือ นิยมใช้ในห้องสมุดขนาดเล็ก มีหนังสือไม่มาก ระบบดิวอี้ เรียกย่อๆว่า ระบบ D.D.C หรือ D.C ระบบนี้ Mel Dewey ชาวอเมริกันเป็นผู้คิดขึ้นในปี 1876 ขณะทำงานเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์วิทยาลัย Amherst ระบบการจัดหมวดหมู่แบบทศนิยมดิวอี้แบ่งหนังสือออกเป็น 10 หมวดใหญ่ ตั้งแต่ 000-900 โดยใช้สัญลักษณ์เป็นตัวเลขและทศนิยมแทนประเภทของหนังสือ และแบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่างๆ

ลักษณะทั่วไปของระบบทศนิยมดิวอี้

1. ระบบทศนิยมดิวอี้ เป็นระบบที่คิดขึ้นโดยการแบ่งวิชาความรู้ออกเป็นหมวดหมู่ตามหลักทฤษฎี (Theoretical systems) กล่าวคือ กำหนดการแบ่งหมวดหมู่วิชาความรู้ในแต่ละหมวดหมู่ โดยคำนึงถึงลำดับพัฒนาการของการเกิดวิชาความรู้ในแต่ละสาขาเป็นสำคัญ เริ่มจาก

- ปรัชญา: เป็นเนื้อหาความรู้แรก เป็นเรื่องที่มนุษย์คิดเกี่ยวกับตน คือใคร มาจากไหน ความดีหรือความชั่ว คืออะไร เป็นอย่างไร

- ศาสนา: เป็นวิชาที่มนุษย์คิดเกี่ยวกับพระเจ้า พระเจ้าคือใคร จะช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากความทุกข์ได้อย่างไร

- สังคมศาสตร์: ถัดจากคิดเกี่ยวกับตัวเอง คือ การที่มนุษย์คิดเกี่ยวกับบุคคลอื่น การอยู่ร่วมกันต้องมีการคิดถึงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้อื่น

- ภาษา: การที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับถ้อยคำและการสื่อสารเพื่อการติดต่อ สมาคม

- วิทยาศาสตร์: มนุษย์คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ในธรรมชาติ ทำไมจึงเกิด มีการคิด พิสูจน์ ได้ข้อเท็จจริงที่อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ และบันทึกข้อเท็จจริงนั้นๆ ไว้

- วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือเทคโนโลยี: เมื่อมนุษย์นำความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความสุขสบาย

- ศิลปะและนันทนาการ: มนุษย์คิดสร้างสรรค์จากความประทับใจของตนเป็นงานเชิงศิลปะ ดนตรี และความบันเทิง

- วรรณกรรมหรือวรรณคดี: งานศิลปะที่สร้างขึ้นถูกมนุษย์นำมาถ่ายทอด และบอกเล่าผ่านทางตัวอักษร

- ประวัติศาสตร์: มนุษย์บันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับคน สถานที่ เหตุการณ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้

- ความรู้ทั่วไปหรือเบ็ดเตล็ด: การเอาความรู้อื่นๆ ที่ไม่อาจจัดไว้ในหมวดหมู่อื่นได้ มารวมไว้ด้วยกัน

ตัวอย่างหมวด 000

000 วิทยาการคอมพิวเตอร์และความรู้ทั่วไป (Computer science, information & general works)

010 บรรณานุกรม (Bibliographies)

020 บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ (Library & information sciences)

030 หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรม (Encyclopedias & books of facts)

040 ยังไม่กำหนดใช้ (No longer used)

050 นิตยสาร วารสาร และสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Magazines, journals & serials)

060 สมาคม องค์การและพิพิธภัณฑวิทยา (Associations, organizations & museums)

070 สื่อใหม่ วารสารศาสตร์ และการพิมพ์ (News media, journalism & publishing)

080 รวมเรื่อง (General collections)

090 ต้นฉบับตัวเขียน หนังสือหายาก (Manuscripts & rare books)

การแบ่งครั้งที่ 3 (Third Summary) คือ การแบ่งวิชาความรู้ในหมวดย่อยแต่ละหมวดออกเป็นหมู่ย่อย (Section) 10 หมู่ย่อย ตัวอย่าง การแบ่งหมวดย่อย 630

630 เกษตรศาสตร์

631 เทคนิค อุปกรณ์ และวัสดุ (Techniques, equipment, materails)

632 ความเสียหายของพืชอันเกิดจากเชื้อโรคและสัตว์ (Plant injuries, diseases, pests)

633 การเพาะปลูกพืชไร่ (Field & plantation crops)

634 การทำสวนผลไม้ ผลไม้ และป่าไม้ (Orchards, fruits, forestry)

635 การทำสวนครัว (Garden crops (Horticulture))

636 สัตวบาล (Animal husbandry)

637 อุตสาหกรรมนมเนย (Processing dairy & related products)

638 การเพาะเลี้ยงแมลง (Insect culture)

639 การล่าสัตว์ การตกปลา การอนุรักษ์ (Hunting, fishing, comservation)

ในแต่ละหมู่ย่อย ยังแบ่งวิชาความรู้ออกไปสู่เรื่องที่เฉพาะมากขึ้นได้อีก โดยการกระจายเลขหลังจุดทศนิยมต่อจากเลข 3 หลักดังกล่าว เช่น

หมวด 600 Technology (Applied sciences) เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ประยุกต์

610 Medical sciences Medicine (การแพทย์)

611 Human anatomy, cytology, tissues (กายวิภาคศาสตร์ เนื้อเยื่อ)

630 Agriculture & related technologies (การเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตร)

631 Crops & their production (พืชและผลิตผล)

632 Plant injuries, diseases, pests (โรคพืช แมลงศัตรูพืช)

633 Field crops (พืชไร่)

634 Orchards, fruits, forestry (ผลไม้และการทำป่าไม้)

.9 Forestry (การทำป่าไม้)

.92 Forest economy (ไม้เศรษฐกิจ)

.928 Management (การจัดการ)

.956 Forestation (การเพาะพันธุ์)

.9562 Seeds, seed collecting, seeding (เมล็ดพันธุ์)

ตัวอย่าง หนังสือ เรื่อง การปลูกพืชด้วยเมล็ด เลขหมู่ที่กำหนดได้ คือ 634.9562

การจัดหมู่หนังสือระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน (Library of Congress Classification) เรียกย่อ ๆ  ว่าระบบ  L.C.  โดยแบ่งเป็น  20 หมวดใหญ่ใช้อักษรโรมันตัวพิมพ์ใหญ่ A – Z ยกเว้น I Q W X Y   ผสมกับตัวเลขอารบิค   ตั้งแต่เลข  1-9999    และอาจเพิ่มจุดทศนิยมกับตัวเลขได้อีกหมวดใหญ่ทั้ง  20  หมวด   มีดังนี้

1.  หมวดใหญ่  (Classes) หรือการแบ่งครั้งที่ 1   แบ่งสรรพวิชาออกเป็น 20  หมวด   โดยใช้ตัวอักษรโรมัน A – Z    เป็นสัญลักษณ์แทนเนื้อหาของหนังสือ

ตัวอย่างเช่น  หมวด B

B          ปรัชญา จิตวิทยา ศาสนา  (Philosophy  Psychology, Religion)

ตัวอย่างหมวด  B  แบ่งออกเป็น  14   หมวดย่อยดังนี้

B                   ปรัชญา

BC                 ตรรกวิทยา

BD                 ปรัชญาพยากรณ์ อภิปรัชญา

BF                  จิตวิทยา

BH                   สุนทรียศาสตร์

BJ                    จริยศาสตร์

BL                    ศาสนาต่าง ๆ เทพปกรณัม

BM                   ศาสนายิว

BP                    ศาสนาอิสลาม ศาสนาบาไฮ

BQ                   พุทธศาสนา

BR                   ศาสนาคริสต์

BS                   คัมภีร์ไบเบิล

BT                   เทววิทยาเชิงคริสต์ศาสตร์

BV                  เทววิทยาภาคปฏิบัติ

BX                   คริสตศาสนานิกายต่าง ๆ

การเปรียบเทียบการจัดหมวดหมู่หนังสือ ระบบทศนิยมของดิวอี้และ ระบบรัฐสภาอเมริกัน

ระบบทศนิยมของดิวอี้

1.  แบ่งออกเป็น  10  หมวดใหญ่

2.  ใช้ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์

3.  เหมาะสำหรับห้องสมุดขนาดเล็กและขนาดกลาง

ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน

1.  แบ่งออกเป็น  20  หมวดใหญ่

2.  ใช้ตัวอักษรผสมกับตัวเลขเป็นสัญลักษณ์

3.  เหมาะกับห้องสมุดขนาดใหญ่และห้องสมุดเฉพาะ

ข้อดีและข้อเสียของการจัดหมวดหมู่ระบบดิวอี้และระบบรัฐสภาอเมริกัน

ข้อดี (ระบบดิวอี้)

1.      สามารถศึกษาวิธีใช้เลขหมู่ได้ด้วยตนเอง โดยมีคำอธิบายวิธีใช้ระบบการจัดหมู่โดยละเอียด

2.      สัญลักษณ์ที่ใช้ได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมตามขนาดของห้องสมุด

3.      มีดรรชนีสัมพันธ์ช่วยในการค้นหาเลขหมู่ได้สะดวกและรวดเร็ว

ข้อเสีย (ระบบดิวอี้)

1.      เลขหมู่ต่างๆ จะเน้นเรื่องเกี่ยวกับประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกา

2.      การปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติมเลขหมู่ จะดำเนินการทุก 7 ปี ทำให้เนื้อหาของเลขหมู่                      ไม่มีความทันสมัย

3.      หนังสือในหมวดวรรณคดีที่มีผู้แต่งคนเดียวกัน จะแยกกันอยู่ถ้ามีลักษณะการประพันธ์ที่          แตกต่างกัน

4.      การขยายเลขหมู่เป็นไปได้ยากมาก

5.     ไม่มีหมวดหมู่ใหม่สำรองให้กับสาขาวิชาที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคต

6.       เลขหมู่ในบางเรื่องมีความยาวถึง 8-9 ตำแหน่ง ทำให้จำได้ยาก

ข้อดี (ระบบรัฐสภาอเมริกัน )

1.      เลขหมู่ของทุกสาขาวิชาแบ่งอย่างละเอียด และการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ออกทุก           3 เดือน และรวมเล่ม 1 ปี

2.     สัญลักษณ์ที่ใช้แทนเลขหมู่เข้าใจง่าย และยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมของเนื้อหาวิชา

3.     หนังสือคู่มือจะแยกเลขหมู่ในแต่ละหมวด ทำให้เข้าใจง่าย

4.      มีการแบ่งย่อยตามภูมิศาสตร์

5.       มีการแบ่งย่อยภายในได้หลายวิธี เช่น แบ่งตามภูมิศาสตร์ แบ่งเฉพาะเรื่องแบ่งโดยใช้คัตเตอร์เลขหมู่

6.      มีหมวดหมู่ใหญ่ที่สำรองไว้ให้กับสาขาวิชาที่จะมีขึ้นในอนาคต ถึง 5 หมวด คือ I O W X             Y

7.    ให้หมวดหมู่ของหนังสือที่มีเนื้อหาทั่วไป คือ หมวด A ซึ่งจะจัดให้กับหนังสือที่ไม่สามารถ           จัดเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะได้

ข้อเสีย (ระบบรัฐสภาอเมริกัน)

1.    ขาดหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการวางโครงสร้างของเลขหมู่ย่อยในระบบ

2.    การแบ่งย่อยภายในหมวด ไม่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนของเนื้อหา

3.    เรื่องเกี่ยวกับประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียมีน้อยมาก

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ