“เดินหน้าอุดมศึกษาไทย”

“อยู่ดี ทำงานดี ชีวีมีสุข” เป็นหัวข้อบรรยายในโครงการประชุมวิชการ ปขมท. ประจำปี 2559 “เดินหน้าอุดมศึกษาไทย” เมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2559  ณ โรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จาก สสส. นพ.ชาญวิทย์  วสันต์ธนารัตน์ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร

Happy 8 WorK  Place Happy Workplace คือ กระบวนการพัฒนาคนในองค์กร อย่างมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัสน์ของ องค์กร เพื่อให้องค์กรมีความ พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง จะนำไปสู่การพัฒนาเติบโตอย่าง ต่อเนื่องขององค์กร (การจัดการองค์กรโดยเน้น การจัดการ “คน” เป็นหลัก) เมื่อมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุข แล้วอะไรเล่าคือความสุข การมีเงินทองมากมาย การได้ในทุกสิ่งที่ปรารถนาเป็นความสุขที่แท้จริงหรือ วันนี้เรามองความสุขในแง่วัตถุและการกระทำในสิ่งที่ปรารถนามากไปหรือเปล่าต้องทำต้องเป็นอย่างที่หวังถึงจะเรียกว่าความสุขหรือ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพอใจในความสุข จะจัดการสร้างสมดุลแห่งความสุขได้อย่างไร คำถามเหล่านี้ล้วนมีอยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกคน หลายคนพยายามที่จะหาคำตอบ HAPPY 8 ความสุขแปดประการ เป็นแนวทางหนึ่งในการตอบคำถามที่ว่า ความสุขคืออะไร จะจัดการความสุขได้อย่างไร เพื่อให้เกิดสมดุลของชีวิตในการทำงานและใช้ชีวิต มีไอคิว (ความฉลาดทางสติปัญญา) สมดุลกับอีคิว (ความฉลาดทางอารมณ์และเหตุผล)

Happy 8 ความสุขแปดประการ คือ แนวคิดของการจัดสมดุลชีวิตของมนุษย์ผ่านความสุขในโลกสามใบที่ซับซ้อนกันอยู่ โลกส่วนตัวของมนุษย์ โลกครอบครัวของมนุษย์ และโลกสังคมของมนุษย์ เพื่อที่จะมองความสุขของมนุษย์ทั่วไปว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างและจะจัดการได้อย่างไร โดยมีขีดวงรอบที่ตัวคนแล้วก็วงรอบของครอบครัวแล้วก็วงรอบของสังคม ซึ่งในส่วนของสังคมเราแบ่งเป็นส่วนของสังคมภายในองค์กรกับนอกองค์กร มองความสุขเป็นสามส่วนคือ ความสุขของตัวเรา ความสุขของครอบครัว และความสุขขององค์กรและสังคม เราจะพบว่าความเป็นจริงแล้วของมนุษย์ควรจะมีความสุขอะไรบ้างในระดับตัวเราเอง ความสุขระดับครอบครัวแล้วก็ระดับสังคม ดังนั้นคนที่มีสุขภาพดีดูแลตนไม่เป็นภาระแก่ใคร มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น มีคุณธรรม กตัญญู มีการเรียนรู้เป็นมืออาชีพในงานตนเอง รักและดูแลครอบครัว  รักและดูและองค์กร/สังคม ย่อมเป็นผลลัพธ์ของบุคคลที่สามารถบริหารสมดุลแห่งความสุขได้

1) Happy Body  มีสุขภาพดี คือ สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและจิตใจ มาจากการที่ รู้จักใช้ชีวิต รู้จักกิน รู้จักนอน ชีวีมีสุข เหมาะสมกับเพศ เหมาะสมกับวัย เหมาะสมกับสถานการณ์ เหมาะสมกับฐานะทางการเงิน

2) Happy Heart น้ำใจงาม ในองค์กรสิ่งที่เราจำเป็นที่สุดในการที่มนุษย์จะอยู่กับคนอื่นได้ต้องมีน้ำใจคิดถึงคนอื่น มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน คนเราเอาแต่ตัวเองอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักการแบ่งปันอย่างเหมาะสม ต้องรู้บทบาทของเจ้านาย บทบาทของลูกน้อง บทบาทของคุณพ่อ บทบาทของคุณแม่ กับผลสิ่งที่ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต

3) Happy Relax การผ่อนคลาย ต้องรู้จักการผ่อนคลายกับสิ่งต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิต เมื่อชีวิตในการทำงานเครียดก็ต้องมีวิธีผ่อนคลายในการทำงาน ขณะเดียวกันการใช้ชีวิตส่วนตัวก็ต้องรู้จักผ่อนคลายเหมือนกันนั่นคือสมดุลชีวิต

4) Happy Brain การหาความรู้ มนุษย์เราอยู่ได้ด้วยการศึกษาหาความรู้พัฒนาตัวเองตลอดเวลาจากแหล่งต่าง ๆ นำไปสู่การเป็นมืออาชีพเพื่อให้เกิดความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน คือเรียนเพื่อรู้ มีปัญญาก้าวหน้าในชีวิต ทั้งหมดนี้มาจากคำว่า มืออาชีพ มืออาชีพหมายความว่า มีความชำนาญและมีความรู้ความสามารถในงาน มีความรับผิดชอบ มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีระเบียบวินัยตรงต่อเวลา และสอนคนอื่นได้ในงานที่ตนรู้ก็คือต้องเป็นครูที่พร้อมจะสอนให้ความรู้กับคนอื่น

5) Happy Soul การมีคุณธรรม หิริ โอตัปปะ คุณธรรมเบื้องต้นพื้นฐานของการอยู่รวมกันของมนุษย์ในสังคม ในการทำงานเป็นทีม คือ หิริ โอตัปปะ ความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำของตนเองโดยเฉพาะการกระทำที่ไม่ดี คนดี มีความศรัทธาต่อศาสนา มีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ มีความสามัคคี และมีความเอื้ออาทรช่วยเหลือเกื้อกูลกันย่อมนำความสุขสู่องค์กร

6) Happy Money ใช้เงินเป็น การที่สามารถจัดการรายรับรายจ่ายของตนเองได้ คือการใช้เงินเป็น มีเงินรู้จักเก็บรู้จักใช้เป็นหนี้ให้พอดี มีชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง วันนี้คนปฏิเสธเรื่องการเป็นหนี้ไม่ได้ การเป็นหนี้การใช้จ่ายที่เหมาะสมกับสถานะที่ตนเองหามาได้ ทุกคนต้องมีการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายของตนเองและครอบครัว ต้องรู้จักการทำบัญชี ถ้าเป็นระดับครอบครัวเรียกว่าบัญชีครัวเรือน

7) Happy Family ครอบครัวที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคงให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นกำลังใจที่ดีในการทำงาน เพราะครอบครัวเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันเป็นกำลังใจ ในการที่เราจะสามารถเผชิญกับอนาคตหรืออุปสรรคในชีวิตได้ ทำให้เรามุ่งมั่นในการทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ฉะนั้นครอบครัวเข้มแข็งสังคมก็ย่อมมั่นคงเสมอ

8) Happy Society สังคมดี สังคมมีสองมิติคือสังคมในที่ทำงานกับสังคมนอกที่ทำงาน มนุษย์ทุกคนต้องมีความรักสามัคคีเอื้อเฟื้อต่อสังคมที่ตนเองทำงานและพักอาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี

ประโยชน์การสร้างองค์กรแห่งความสุข

ประโยชน์ต่อพนักงาน

- มีความสุขในการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม

- มีผลงานที่ดี มีความมั่นคงในอาชีพ

- ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดี

- เกิดความรู้สึกว่าตนเองเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและมีความสำคัญต่อองค์กรมากขึ้น

- มีความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและผู้บริหารที่ดีขึ้น

- มีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น

- มีความรู้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนำไปเผยแพร่ต่อบุคคลในครอบครัวและชุมชนเป็นประชากรที่มีคุณค่า

ประโยชน์ต่อองค์กร

- ผลผลิตสูงขึ้น คุณภาพของสินค้าและบริการดีขึ้น

- ลดการขาดงาน การเข้างานช้า การลาป่วยลากิจของพนักงาน

- มีชุมชนที่เข้มแข็งในองค์กร

- สภาพแวดล้อมในการทำงานดีขึ้น

- ลดอัตราการเลิกจ้างงาน ทำให้ประหยัด ค่าใช้จ่าย ในการสรรหาและฝึกอบรม พนักงานใหม่

- ส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กร

- ลดความไม่พอใจในการทำงานของผู้ใช้แรงงานทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงานดีขึ้นและทำให้ พนักงานมีความรักในองค์กรมากขึ้น

ประโยชน์ต่อประเทศไทย

- เป็นประเทศแห่งความสุข(HAPPY LAND)

-  มีประชากรวัยแรงงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

-  มีชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

-  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าและบริการระหว่างประเทศ

-  เพิ่มผลผลิตมวลรวมประชาชาติ

- ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูอาชีพ

- ลดปัญหาสังคมด้านต่างๆ

- สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ ประเทศไทยในทุกด้าน

- เป็นผู้นำและแบบอย่างการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในระดับนานาชาติ

ความสุขของคน

สุขภาพดีดูแลตนเอง

มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น

ไม่เครียด มองโลกแง่ดี

มีหิริ โอตัปปะ คุณธรรม กตัญญู

บริหารการเงินตนเองได้

มีการเรียนรู้เป็นมืออาชีพในงานตนเอง

รักและดูแลครอบครัวได้

รักและดูแลสังคม/องค์กรได้

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ