ก้าวใหม่สายวิชาการ (หลักสูตรอาจารย์ใหม่) รุ่นที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

สรุปผลการเรียนรู้การเข้าร่วมอบรม

โครงการ ก้าวใหม่สายวิชาการ (หลักสูตรอาจารย์ใหม่) รุ่นที่ 5 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559

ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2558- 22 มกราคม 2559

โครงการนี้กองการเจ้าหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้นเพื่อฝึกอบรมและทำความเข้าให้บทบาท หน้าที่ และแนวทางการปรับตัวทั้งในส่วนของการปรับตัว การเรียนการสอน และแนวทางการพัฒนาตนเองให้กับอาจารย์ใหม่ที่เพิ่งบรรจุในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2557 –ธันวาคม 2558 โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 7 module แต่ละ module ประกอบไปด้วยรายละเอียด กิจกรรม และภาพประกอบดังต่อไปนี้

M1 เรียนรู้ความสัมพันธ์และการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน (จิตปัญญาศึกษา) (วันที่ 14-16 ธันวาคม 2558)

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

-ตะกร้า 3 ใบ เป็นการออกแบบกิจกรรมให้แต่ละคนได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ โดยให้โจทย์เป็นคำถาม 3 ข้อ ให้ไปถามเพื่อน คือ

1) ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่แม่โจ้คิดว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรมากที่สุด

2) ความสุขในที่ทำงานเกิดจากอะไร และ 3) คาดหวังว่าจะได้อะไรจากการอบรมครั้งนี้ โดยให้ถามเพื่อนที่ไม่เคยพูดคุยกัน หลังจากนั้นก็มีการนำมานั่งสรุปว่าความคิดแต่ละข้อของเพื่อนคนไหนที่ประทับใจเรามากที่สุด ก็นำดอกกุหลาบไปมอบให้เพื่อนคนนั้น

-กิจกรรมฝึกทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง โดยให้จับคู่และแต่ละคู่มีก้อนหิน 1 ก้อน กติกาคือ ให้ผลัดกันเล่าเรื่องความประทับใจในวัยเด็กคนละ 5 นาที ข้อแม้คือคนที่ถือก้อนหินไว้ให้ฟังอย่างตั้งใจ ห้ามพูดแทรกขึ้นมาจนกว่าจะฟังจบ แล้วให้เล่าเรื่องที่ฟังจากผู้พูดให้ละเอียดที่สุด หลังจากนั้นก็ให้แบ่งกลุ่มใหญ่ขึ้นเป็นกลุ่มละ 4 และ 6-8 คน ตามลำดับโดยใช้เวลากลุ่มละ 15 นาที หลังจากนั้นก็ทำการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

-กิจกรรมข้ามแม่น้ำพิษ ให้สมาชิกทุกคนช่วยกันคิดหาวิธีการข้ามแม่น้ำพิษให้ได้ทุกคน โดยมีกติกา คือ ร่างกายของทุกคนต้องต่อเนื่องกันไปตลอดจนถึงฝั่ง หากอวัยวะใดถูกแม่น้ำพิษจะต้องพิการ มีก้อนหินวิเศษเป็นเครื่องมือที่ใช้ข้ามแต่ต้องระวังการวางก้อนหินให้ดีเพราะจระเข้จะมาแย่งไปได้ ต้องข้ามแม่น้ำพิษให้เร็วที่สุดถ้าใช้เวลานานเกินไปจะมีน้ำเขื่อนไหลลงมาทำให้ตายกันหมด

-กิจกรรมผู้นำ 4 ทิศ โดยให้วิเคราะห์ตัวเองว่าเป็นบุคคลประเภทไหนใน 4 แบบ คือ กระทิง หนู เหยี่ยว หมี โดยแต่ละแบบจะมีบุคลิกลักษณะ ข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป โดยให้แต่ละคนฟังลักษณะ เลือก แล้วรวมกลุ่มกันวิเคราะห์ว่าทำไมถึงเลือกว่าตัวเองเป็นแบบนั้น

-กิจกรรมตัวต่อมหาสนุก ให้แบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 7 คน และช่วยกันต่อตัวต่อให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด โดยสมาชิกแต่ละคนจะมีหน้าที่และกติกาแตกต่างกันไป คือ คนที่ 1 มองเห็นตัวต่อทั้งหมดและบอกรายละเอียดให้คนที่ 2 (ไม่เห็นตัวต่อเพียงแค่ฟังตามคำบอกของคนที่ 1) ไปบอกให้สมาชิกคนที่ 4-7 ต่อตามคำบอก โดยมีสมาชิกคนที่ 3 เป็นคนที่สามารถมองเห็นและไปไหนมาไหนได้หมดแต่ไม่สามารถพูดอะไรได้เป็นผู้ตรวจสอบอยู่ห่างๆ เมื่อแต่ละกลุ่มต่อเสร็จตามช่วงเวลาที่กำหนดให้ จะมีการตรวจสอบความถูกต้องและวิเคราะห์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมนี้

ความรู้สึกและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน

ความรู้สึกหลังจากผ่านกิจกรรมใน Module1 ทั้งหมดคือ ประทับใจในแต่ละกิจกรรมที่ทางผู้จัดได้วางแผนทำขึ้น โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าแต่ละกิจกรรมในสองวันแรกจะเหมือนเป็นการละลายพฤติกรรมของอาจารย์แต่ละท่านซึ่งมาจากแต่ละคณะ มีความเชี่ยวชาญในสาขาแตกต่างกันไปให้ได้มาทำความรู้จักกัน มีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกัน ผ่านการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้แก้ปัญหาร่วมกัน ทำให้มีความสนิทสนมกันมากขึ้น จึงเกิดการเปิดใจเรียนรู้ และมีความสนุกสนานกับกิจกรรมมากขึ้น ส่วนสิ่งที่ได้และคิดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานอาจจะสามารถแบ่งออกเป็น

- การฟังอย่างมีสมาธิมากขึ้นและกล้าที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวแลกเปลี่ยนกับคนอื่นคิดว่าจะนำกิจกรรมการฟังนี้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ในแง่ของการฝึกทักษะการฟังอย่างมีสมาธิให้กับนักศึกษาในวิชาการสอนของตัวเอง

- การรู้จักวิเคราะห์ตัวเองและผู้อื่นตามกิจกรรมของผู้นำสี่ทิศ คิดว่าจะนำไปใช้ในการวิเคราะห์คนรอบข้างและหาแนวทางการปรับตัวให้สามารถเข้ากับผู้ร่วมงานแต่ละลักษณะได้มากขึ้น รวมถึงจะนำไปใช้แทรกเสริมในการเรียนการสอนบางวิชาต่อไป

- เรียนรู้ที่จะวางแผนการทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ตามกิจกรรมการข้ามแม่น้ำพิษ และทักษะการสื่อสาร การวางใจในเพื่อนร่วมงาน และความละเอียดรอบคอบจากการทำกิจกรรมตัวต่อมหาสนุก ทำให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของบุคคลในองค์กรมากขึ้น คิดว่าจะนำกิจกรรมข้ามแม่น้ำพิษไปใช้ในการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้กับนักศึกษา

M2 เรียนรู้ราก แก่นแท้ วิสัยทัศน์ และแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัย ตลอดจนเครือข่ายอุดมศึกษาภายนอก (ความภักดีต่อองค์กร: Royalty) (วันที่ 17-18 ธันวาคม 2558)

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

- บ้านเราแม่โจ้ 1 ได้ไปออกไปทัศนศึกษาและทำความรู้จักกับ ผศ. ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร อาจารย์ตัวอย่างผู้คิดค้นวิธีการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง วิศวกรรมแม่โจ้ 1 ที่มีการนำเศษวัสดุของเหลือมาทำเป็นปุ๋ยหมักด้วยกรรมวิธีที่คิดค้นขึ้น โดยเน้นวิธีการที่ง่ายเกษตรกรสามารถนำไปทำและใช้อย่างเห็นผลได้จริง ทั้งนี้ท่านอาจารย์ยังให้แนวคิดการทำงานวิจัยที่ควรจะเป็นการนำไปแก้ไขปัญหาชุมชน โดยควรจะออกไปหาโจทย์วิจัยจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อที่งานวิจัยจะได้สามารถนำมาใช้ได้จริงไม่เป็นงานวิจัยขึ้นหิ้ง

อีกท่านหนึ่งที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานกับ ผศ. ฉันทนา วิชรัตน์ ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้บนเนื้อที่ 907 ไร่ โดยอาจารย์ฉันทนาทำงานวิจัยเกี่ยวกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักทั้งแบบอินทรีย์และแบบไม่อินทรีย์ โดยทำการศึกษา ปรับปรุงพันธุ์ผักทั้งผักสวนครัว และผักสลัด อาจารย์ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำพืชพันธุ์ผักและเมล็ดอินทรีย์ รวมถึงเครือข่ายวิจัยที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้ยังมีโอกาสได้เข้าชมแปลงผักที่อาจารย์ใช้ทำการศึกษาและวิจัยอยู่อย่างใกล้ชิด

-บ้านเราแม่โจ้ 2 กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์อนันต์ ปัญญาวีร์ ศิษย์เก่าแม่โจ้รุ่นที่ 33 มาให้ความรู้ และพาไปแนะนำสถานที่สำคัญในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คือ อนุเสาวรีย์ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย แม่โจ้ “รุ่น 1″ อธิการบดีคนแรก เจ้าของวลี “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” คาวบอยมอลล์ สนามวังซ้าย

อนุสาวรีย์พระช่วงเกษตรศิลปะการ “บิดาการเกษตรแม่โจ้” ผู้ก่อตั้งและสร้างสถานศึกษาแม่โจ้ พิพิธภัณฑ์แนะนำมหาวิทยาลัยแม่โจ้ใต้ตึกคณะท่องเที่ยว รูปปั้นพระพิรุณทรงนาค ศาลเจ้าแม่แม่โจ้ สัญลักษณ์ของผู้ใช้แรงงานเพื่อการเกษตร(หัวควายทางเข้ามหาวิทยาลัย) รูปปั้นงานหนักไม่เคยฆ่าคนหน้าอาคารเรียนรวม 70 ปี พระธาตุบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ศาลเจ้าพ่อขวัญชัยมงคล สระเกษตรสนาน สะพานเบอร์ลิน และโรงประชุมชูติวัติ ทั้งนี้ในช่วงบ่ายยังมีการวิเคราะห์และตอบคำถามเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอย่างละเอียด

ความรู้สึกและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน

รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและเข้าใจประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยแม่โจ้และสถานที่สำคัญต่างๆ รอบมหาวิทยาลัย เข้าใจบริบทของงานวิจัยในสไตล์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่เน้นทางด้านเกษตร โดยทางมหาวิทยาลัยคาดหวังให้งานวิจัยที่เกิดขึ้นเน้นไปที่การแก้ปัญหาทางการเกษตรและสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาให้เกษตรกรได้ นับเป็นการเรียนรู้แนวทางเพื่อที่จะนำไปพัฒนางานวิจัยต่อไปในอนาคต และสัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานรับใช้สังคมผ่านอาจารย์ที่ถือเป็นแบบอย่างของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ทั้ง 3 ท่าน ที่สะท้อนออกมาให้เห็นถึงความรักในงานที่ทำ ทำให้สามารถทำงานทุกอย่างตามความถนัดของตัวเองออกมาอย่างดีที่สุด

M3 เรียนรู้มุมมองด้านการพัฒนาประเทศ และการพัฒนาอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 (วันที่ 21-22 ธันวาคม 2558)

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

- รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการปรับกระบวนทัศน์มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและสื่อสารองค์กร ม.ขอนแก่น ที่มาให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ข้อดีและผลกระทบที่ตามมาเมื่อมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แนวทางการบริหารงาน รวมถึงแนวทางการปรับตัวของอาจารย์เพื่อให้สามารถประสบความสำเร็จในการสอนนักศึกษายุคใหม่ที่ควรเน้นทักษะการแสวงหาคำตอบมากกว่าความถูกต้องของคำตอบ โดยสิ่งหนึ่งที่อาจารย์ฝากไว้ให้ทุกคนคิด คือ “เมื่อไหร่ก็ตามที่คิดว่าตัวเองมีคุณค่าต่อองค์กรนี้อย่าไปกลัวใคร โดยคนในองค์กรควรจะต้องทำงานในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด”

- รับฟังการบรรยายจากอาจารย์ ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ วิชาการรับใช้สังคม ทำอย่างไรจึงเชื่อมความรู้ที่ชาวบ้านมีกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยได้ วิธีการเข้าถึงและทำงานร่วมกับชาวบ้าน

- รับฟังการบรรยายเรื่อง แม่โจ้กับการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา/ การบูรณาการตามพันธกิจอุดมศึกษาจาก รองศาสตราจารย์เพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรของการศึกษาระดับอุดมศึกษา รายละเอียดของเอกสาร มคอ.1-7 บทบาทของอาจารย์อุดมศึกษา แนวทางการพัฒนาตนเองเช่น การศึกษาต่อ ระเบียบ ขั้นตอนของการขอตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์ระดับอุดมศึกษา โดยทางอาจารย์ได้ฝากไว้ว่าคนเป็นอาจารย์ต้องไวกับทุกเรื่อง ทุกอย่างในชีวิตประจำวันต้องเอามาคิดและเก็บมาวิเคราะห์ได้หมด

- ถอดบทเรียนในหัวข้อกิจกรรมที่ชื่อ “บทบาทของตัวเองกับการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในอีก 3 ปีข้างหน้า” และแบ่งกลุ่มกันคิดโครงการ “การทำงานเพื่อรับใช้สังคม”

ความรู้สึกและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน

- เข้าใจการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐมากขึ้น และได้แนวคิดและแนวทางการสอนเด็กรุ่นใหม่มากขึ้นเพื่อนำกลับไปปรับใช้สอนนักศึกษาในรายวิชาของตนเองอย่างเหมาะสม

- แนวคิดและวิธีการสอนและบรรยายของอาจารย์ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างให้เกี่ยวข้องกันได้อย่างเหมาะสม เน้นทักษะการคิดตาม และเห็นภาพการทำงานวิจัยแบบวิชาการรับใช้สังคมมากขึ้นเพื่อสามารถนำกลับไปใช้เป็นแนวทางการทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพรต่อไป

- รองศาสตราจารย์เพ็ญรัตน์ หงส์วิทยากร ได้นำเสนอรายละเอียดของมคอ. 1-7 ที่สามารถทำให้เข้าใจรายละเอียดของแต่ละอันได้อย่างละเอียด แนวทางในการเขียน มคอ. 3 และ 5 ให้น่าสนใจ เข้ากับสถานการณ์ และบริบทของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าใจพันธกิจของอาจารย์มหาวิทยาลัยมากขึ้น และรู้แนวทางในการขอตำแหน่งทางวิชาการให้เหมาะสมกับสาขาที่ตนเองถนัด เวลาที่เหมาะสมในการขอ เพื่อให้สามารถนำไปวางแผนพัฒนาตนเอง การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องเหมาะสม

M4 เรียนการบริหารจัดการเบื้องต้น เพื่อสามารถจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เหมาะสมได้ (วันที่ 23-24 ธันวาคม 2558)

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

- รับฟังการบรรยายเรื่อง การพัฒนาตนเอง/การจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล จาก อาจารย์รชฏ เชื้อวิโรจน์ รองอธิการบดี ฝ่ายยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อาจารย์ได้ให้แนวคิดแผนพัฒนารายบุคคล ข้อมูลประกอบการวางแผน ระบบพี่เลี้ยงของงานวิจัย และวิชาการ การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ โดยแผนพัฒนารายบุคคลจะประกอบไปด้วยหัวข้อหลักๆ เช่น การประเมินผลสัมฤทธิ์ของงาน การประเมินสมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานทั้งทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและภาษา การบริหารบนหลักคุณธรรมที่เน้นให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและความสมดุลของชีวิต เพื่อกระตุ้นให้อาจารย์แต่ละคนมีการวางแผนการพัฒนาคนเองให้เหมาะสมกับบริบท และเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย โดยในอีก 15 ปี ข้างหน้าแม่โจ้จะมุ่งเน้นไปที่การเป็นมหาลัยสีเขียวมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้เป็นนักปฏิบัติที่เชี่ยวชาญทางด้านการเกษตร

- รับฟังการบรรยายเรื่อง มหาวิทยาลัยแม่โจ้กับมูลนิธิโครงการหลวง จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัตน์ นักหล่อ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาช่วยแนะนำแนวทางการทำงานร่วมกับมูลนิธีโครงการหลวง ซึ่งเป็นการทำงานที่ไม่มีทั้งใบสมัครและใบลาออก แนะนำฐานเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงและศูนย์วัฒนธรรมเกษตรล้านนาในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมถึงโครงการที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้รับผิดชอบและทำร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อชักชวนผู้ที่สนใจจะทำงานทางด้านนี้

- กิจกรรมประสาทสัมผัส ที่ให้อาจารย์แต่ละท่านไปหามุมที่ชอบโดยใช้เวลา ประมาณ 20 นาที โดย 10 นาที แรกให้ลองนิ่ง สังเกตเรื่องเสียงว่าได้ยินเสียงอะไรบ้างรอบๆ ตัวรวมถึงเสียงที่อยู่ข้างในตัวเรา และ 10 นาที หลังให้สังเกตและบันทึกสีที่เรามองเห็น แล้วนำมารวมกลุ่มวิเคราะห์ถึงสีและเสียงที่แต่ละคนได้ว่าใครได้มากน้อยแค่ไหน เป็นการทดสอบการเชื่อมตัวเองกับธรรมชาติ

- รับฟังการบรรยายเรื่อง TOR/ การรายงานผลการปฏิบัติราชการและวิธีการกรอก APS สำหรับสายวิชาการ จากอาจารย์ ดร.ทิพย์สุดา ตั้งตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาอธิบายขั้นตอนการดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการ มาตรฐานภาระงานรวม ภาระงานตามพันธะกิจ ตัวชี้วัด ค่าน้ำหนัก และเกณฑ์ในการประเมินภาระงานตาม TOR รวมถึงแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- รับฟังการบรรยายเรื่อง โครงสร้างการบริหารงานและเงินของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กชพร ศิริโภคากิจ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มาอธิบายหน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้รวมถึงบทบาทและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน แหล่งที่มาของเงินจากแหล่งต่างๆและแนวทางการบริหารการเงินแต่ละก้อน เพื่อให้อาจารย์เข้าใจแนวทางและรู้ขั้นตอนการบริหารในภาพรวมทั้งหมดของมหาวิทยาลัย

- ถอดบทเรียนในหัวข้อกิจกรรมที่ชื่อ บทบาทของผู้ขอให้ทำตามคำสั่งและผู้ออกคำสั่ง โดยการจับคู่แล้วผลัดกันขอให้เพื่อนตนเองทำตามคำสั่งไม่ว่าจะด้วยวิธีใด หลังจากนั้นจะทำการสรุปและวิเคราะห์สิ่งที่ได้

ความรู้สึกและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน

-เข้าใจการพันธะกิจของการเป็นอาจารย์ระดับอุดมศึกษา การจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล TOR/ การรายงานผลการปฏิบัติราชการและวิธีการกรอก APS สำหรับสายวิชาการ โครงสร้างการบริหารงานและเงินของมหาวิทยาลัยแม่โจ้มากขึ้น เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานต่อไปในอนาคต

-เข้าใจโครงสร้างและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานนอกเหนือจากคณะมากขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในการติดต่องานได้สะดวกยิ่งขึ้น

-เข้าใจแนวทางการทำงานร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และบทบาทของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการทำงานร่วมกับโครงการหลวง ได้ข้อมูลพืชและผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นของโครงการหลวงแต่ละแห่ง การเริ่มต้นทำงานของมูลนิธิโครงการหลวงบางแห่ง การกำกับดูแลและบริหารแต่ละที่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการติดต่อประสานงานหรือหาแหล่งทุนวิจัยได้ต่อไป

-เรียนรู้แนวทางเบื้องต้นในการกรอก TOR/ การรายงานผลการปฏิบัติราชการและวิธีการกรอก APS สำหรับสายวิชาการอย่างถูกต้อง และเข้าใจว่าขั้นตอนและหลักเกณฑ์การประเมิน TOR เพิ่มมากขึ้น

-เรียนรู้วิธีการออกคำสั่งและลักษณะของผู้นำที่สามารถบริหารลูกน้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อะไรคือปัจจัยที่เราทำตามคำสั่ง อำนาจเหนือกับอำนาจร่วมมีผลต่อประสิทธิภาพการร่วมมือในองค์กร

M5/1 เรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะหลัก

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

รับฟังการบรรยายเรื่อง สมรรถนะหลักของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากวิทยากร คือ รศ. อ้อมทิพย์ เมฆรักษาวนิช แคมป์ ในรายละเอียดเกี่ยวกับสมรรถนะ (Competency) ว่าคือ คุณลักษณะพิเศษ เช่น ความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมที่จำเป็นของบุคคลในการทำงานที่มีอยู่ในตัวเราสามารถพัฒนาได้ เป็นปัจจัยที่ช่วยให้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อส่งผลไปสู่การพัฒนาองค์กรต่อไป สมรรถนะหลักของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คือ ความใฝ่รู้ (Learning Motivation) การทำงานเป็นทีมและการสร้างเครือข่าย (Teamwork and Networking) การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity) ความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ (Foreign Language Usage) และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Skills) โดยในการเรียนรู้เรื่องสมรรถนะและการพัฒนาสมรรถนะนั้น ทางวิทยากรจะแจกกระดาษให้ผู้เข้าฟังคนละ 5 แผ่น โดยกระดาษที่ได้มี 5 สี ให้แต่ละคนเขียนแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงตนเองอย่างให้สามารถพัฒนาสมรรถนะในแต่ละด้านได้ หลังจากนั้นให้ทุกคนนำมาแปะรวมกันแล้วแบ่งกลุ่มคิดวิเคราะห์ในแต่ละสมรรถนะเพิ่มเติมและนำเสนอเป็นรายกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจและเรียนรู้ และมีแนวทางในการพัฒนาตนเองมากขึ้น เช่น การฝึกอบรม การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การเข้าถึงสื่อ ฝึกความเชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆ พัฒนางานเดิมให้ทันสมัย หรือการออกชุมชนไปหาสิ่งใหม่ เป็นต้น

M5/2 เรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะสายวิชาการ เน้นทักษะการวิจัย เช่น การบูรณาการงานวิจัยกับการสอนและบริการวิชาการที่สอดคล้องกับบริบทมหาวิทยาลัย

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

สำหรับกิจกรรมนี้ทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้อาจารย์ใหม่ทุกคนได้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่” (ลูกไก่) รุ่นที่ 4 ในระหว่างวันที่ 11-15 มกราคม 2559 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพายัพ และมหาวิทยาลัยเครือข่ายอื่นๆ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอาจารย์และนักวิจัยจำนวน 60 คน ซึ่งโครงการนี้ได้รับอนุมัติงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้โครงการสร้างต้นกล้านักวิจัยให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านการวิจัยให้มากขึ้น สามารถจัดทำข้อเสนองานวิจัยได้ และเพื่อบูรณาการเครือข่ายนักวิจัย จากหน่วยงานราชการ องค์กรการวิจัยต่างๆ ให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป ภายใต้กรอบแนวคิดที่ว่าสภาพบริบททั้งภายในและภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการทำงานวิจัยให้ได้ผลการวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อบุคลากรของมหาวิทยาลัย นักศึกษา ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

งานวิจัยในปัจจุบันนั้นแหล่งทุนต้องการให้เน้นการ “บูรณาการ” รวมกันทั้งระหว่างคณะ ระหว่างมหาวิทยาลัย และสามารถสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ตอบสนองความต้องการของชุมชน ซึ่งผู้วิจัยจะต้องมีการทำงานร่วมกันเป็นทีมตั้งโจทย์วิจัยให้น่าสนใจในบริบทที่เราสามารถทำได้ โครงสร้างหลักสูตรประกอบด้วยภาคทฤษฏี ภาคปฏิบัติ และภาคกิจกรรมเสริมหลักสูตร รวม 40 ชั่วโมง คือ ในระยะเวลา 4 วัน แรกจะรับฟังบรรยายจากนักวิจัยที่ผ่านการฝึกอบรม “วิทยากรหลักสูตรการพัฒนานักวิจัย” จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติมาแล้วหรือที่เรียกว่า “แม่ไก่” มาบรรยาย และสรุปความรู้ความเข้าใจในเรื่องของประเภทการวิจัย การตั้งโจทย์วิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ การทบทวนวรรณกรรม การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ประเภทของข้อมูล และในช่วงบ่ายจะมีการเข้ากลุ่มทำงาน โดยแต่ละกลุ่มจะมีการผสมผสานของอาจารย์และนักวิจัยจากต่างสาขา ต่างสถาบัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน และมีการทำความรู้จักเกิดการสร้างเครือข่ายนักวิจัยต่อไป แต่ละกลุ่มจะต้องช่วยกันคิดและเขียนหัวข้อวิจัยให้ได้เป็นโครงการการขอทุนวิจัย เพื่อของบประมาณวิจัยจาก วช. ในกรอบวิจัยประเภททุนสร้างสถานภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ 2559 ในวงเงินไม่เกินโครงการละ 100,000 บาท และในวันที่ 5 จะเป็นการนำเสนอข้อเสนอการวิจัยกลุ่มซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิช่วยการพิจารณาและแนะนำแนวทาง เพื่อให้ข้อเสนองานวิจัยมีความสมบูรณ์มากขึ้น มีการสรุปประเมินผล และรับวุฒิบัตรสำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม โดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมนี้จะมีรายชื่ออยู่ในเครือข่าย “ลูกไก่” ของ วช. สามารถส่งข้อเสนองานวิจัยด้วยตนเองหรือขอให้นักวิจัยแม่ไก่มาเป็นพี่เลี้ยงสามารถปรับเปลี่ยนข้อเสนองานวิจัยร่วมกันและส่งให้ วช. พิจารณาต่อไปได้ในงบวิจัยไม่เกิน 200,000 บาท (กรณีขอร่วมกับนักวิจัยแม่ไก่)

M5/3 เรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะสายวิชาการ เน้นการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

รับฟังการบรรยายเรื่อง “แนวคิดและการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21” จากวิทยากร คือ รศ. ดร. สมชาย จันทร์ชาวนา รองอธิการบดี มจธ. (บางมด ราชบุรี) ได้มาแชร์ความรู้เกี่ยวกับการเรียนการสอนที่แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อยๆ เป็นคลาสเล็กๆ และให้นักเรียนคุยกันในหัวข้อที่เรากำหนดขึ้น โดยในแต่ละวิชาอาจารย์ต้องไม่สอนเยอะ แต่ต้องดีไซน์งานให้นักศึกษาและคอยถามคำถามให้นักศึกษาคิด พยายามสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ การสืบค้น ในหัวข้อที่เรากำหนดให้ คำถามจะมีลักษณะเป็นคำถามปลายเปิด นอกจากนี้จะต้องให้นักศึกษามีการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร 40 ชั่วโมงต่อเทอม โดยสาเหตุที่จำเป็นต้องมีการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ เนื่องจากการสอนแบบปกติที่มีอาจารย์สอนอยู่หน้าห้องนั้น เด็กจะมีสมาธิตั้งใจเรียนอยู่แค่ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นความสนใจของเด็กจะไปอยู่ที่โทรศัพท์มือถือ หรือสมาธิของเด็กจะไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เราสอนตรงหน้า บริบทของอาจารย์ผู้สอนเหมือนเป็นตัวบังคับให้เด็กรู้ในสิ่งที่เราต้องการ คือเราไม่ได้สอนให้เค้าเรียนรู้เลย แต่สอนให้จำแล้วเอาไปสอบเฉยๆ

ผู้เรียนในสมัยปัจจุบันหรือที่เราเรียกกันว่า นักศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั้นจะมีลักษณะ คือ สมองไม่ได้แตกต่างกับนักศึกษาในสมัยก่อนแต่ชีวิตของเค้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สมาธิจะสั้น ความรู้และสิ่งต่างๆ สามารถหาได้จากจอคอมพิวเตอร์ ความเกรงใจตัวอาจารย์ผู้สอนจะน้อยด้วยพฤติกรรมที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก เด็กสมัยก่อนจะเรียนเป็นขั้นตอนแต่เด็กในยุคปัจจุบันจะเรียนแบบ random และคนรุ่นใหม่ใช้การเคลื่อนไหวและการสัมผัสเป็นหลัก สื่อสารด้วยรูปหรือเขียนตัวหนังสือเป็นรูป ดังนั้นเราในฐานะอาจารย์ยุคใหม่จะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงการสอนให้การเรียนรู้เหมาะสมกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก หลักสูตรควรจะต้องปรับเปลี่ยนให้มีปริมาณวิชาแกนน้อยแต่มีวิชาเลือกที่เยอะขึ้น เพื่อให้เด็กสามารถเลือกรายวิชาที่ต้องการเรียนด้วยตัวเองจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด็กได้มากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนระหว่างตัวนักเรียนกับนักเรียน และนักเรียนกับอาจารย์ จะต้องบอกหรือระบุให้ชัดเจนว่าเราจะวัดความเข้าใจจากอะไร โดยจะต้องให้ “ผูกใจผู้เรียนและตรงใจผู้สอน” การสอนที่ดีพยายามอย่าสอนให้เคลียร์แต่พยายามสอนให้มีความกำกวมเพื่อให้นักศึกษาไปศึกษาต่อด้วยตัวเองเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ดูว่าเราสามารถทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้แค่ไหน ต้องพยายามปรับความคิดว่านักศึกษาไม่ใช่แก้วน้ำที่เราจะเอาความรู้ไปใส่ให้เต็ม เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าเด็กจะรับความรู้ที่เราสอนไปได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นนอกเหลือจากนั้นสมาธิของเค้าจะไม่ได้อยู่ที่การสอนของเราแล้ว อาจารย์ที่ดีจะต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะไปยับยั้งความคิดสร้างสรรค์ เช่น เอาเฉพาะคำตอบที่ถูกต้อง หาแต่เหตุผล ต้องรู้จักแหกกฎบ้างไม่ใช่ดื้อดึงว่าจะต้องปฏิบัติได้เท่านั้น และบอกว่าทำไม่ได้ตั้งแต่ต้น

M5/4 เรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะสายวิชาการ เน้นทักษะการให้คำปรึกษาและความกระตือรือร้นและการเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น ธรรมะ จริยธรรม สำหรับอาจารย์

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

รับฟังการบรรยายเรื่อง “จริยธรรมความเป็นครู/อาจารย์” จากวิทยากร คือ ผศ. รัตนา โพธิสุวรรณ อาจารย์อาวุโสจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มาชี้แนะแนวทางปฏิบัติของอาจารย์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด ด้านคุณธรรมและจริยธรรม วิธีความสำเร็จของการทำงาน มีการแนะนำให้มีการทำบัญชีกรรมดี กรรมชั่ว ประจำวัน เพื่อให้เรามีสติและพยายามรักษาศีลให้ครบ 5 ข้อ คำสอนที่สำคัญของอาจารย์คือ เป็นครูต้องสร้างเด็ก “ลูกศิษย์” คือ ให้ความรู้เค้าเหมือนศิษย์และดูแลให้เหมือนลูกของตัวเอง โดยให้ความรู้ เวลา และความรักอย่างเต็มที่ สอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง ต้องดูว่าเนื้อหารายวิชาต้องการจะสื่ออะไร สอนโดยใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เราจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีก่อนจึงจะสามารถไปสอนเค้าได้

M6 การเสริมสร้างประสบการณ์จาก 2 ส่วน คือ 1) ชุมชนต้นแบบ/ ชุมชนจัดการตนเอง และ 2) โครงการในพระราชดำริต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือด้วย เพื่อเสริมความสอดคล้องงานวิจัยและบริการวิชาการ

เรื่องราว/กิจกรรมที่ได้ทำหรือเรียนรู้

เรียนรู้การอยู่ร่วมกับชุมชน สำรวจพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับหาโจทย์วิจัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง ณ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการแบ่งกลุ่ม การเรียนรู้เป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ คือ บ้านดง (กลุ่มจักสานและชุมชนผู้สูงอายุ) บ้านทุ่งจำเริญ (สร้างฝาย) และบ้านตุงลอย (ประปาหมู่บ้าน) เมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจการสำรวจ จะมีการรวมกลุ่มวิเคราะห์ปัญหา เสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาในรูปแบบของหัวข้อโครงการวิจัยนำเสนอแก่ผู้บริหารเพื่อพิจารณาทุนสนับสนุนต่อไป

M7 การสรุปผลการเรียนรู้รายบุคคล / กลุ่ม และสิ่งที่เป็นจุดเน้นในการกลับไปปฏิบัติงานต่อไป

ทางทีมอาจารย์ใหม่รุ่นที่ 5 ได้จัดทำสรุปผลการเรียนรู้เป็นรูปแบบของวีดีโอแยกเป็นแต่ละ moduleเพื่อนำเสนอแก่ผู้บริหาร มีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรม

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ