มหัศจรรย์แห่งส้มจี๊ด (ตอนที่ 1)

ส้มจี๊ด หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า ส้มมะปี๊ด เป็นพรรณไม้ในกลุ่มเดียวกับมะนาว ส้มโอ ส้มเขียวหวาน แต่ส้มจี๊ดมีทรงต้นสวยงาม จึงมักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับหรือไม้กระถางประดับ อีกทั้งยังให้ผลดกตลอดปี ผลแก่มีรสเปรี้ยวจัดใช้รับประทานแทนมะนาวได้ ลักษณะทั่วไปของส้มจี๊ด คือ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1.5-3 เมตร แตกแขนงเป็นพุ่มแน่น ใบรูปไข่กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกสีขาว กลิ่นหอมแรง ออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบและปลายกิ่ง ผลค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3 เซนติเมตร ผิวบางสีเขียว กลิ่นหอม เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม เนื้อมีรสเปรี้ยวจัด มีเมล็ด 1-3 เมล็ด

ถึงแม้ส้มจี๊ดจะมีผลขนาดเล็ก แต่ว่าผลส้มจี๊ดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งผล ตั้งแต่เปลือก น้ำคั้น จนถึงกากส้มล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของส้มจี๊ดนั้น พบว่า ในส่วนของเปลือกและกากส้มจี๊ดอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร โดยมีปริมาณใยอาหารรวมร้อยละ 84.25 ซึ่งแบ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำร้อยละ 48.49 และใยอาหารที่ละลายน้ำร้อยละ 35.76 ใยอาหารเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สารอาหารแต่ก็มีบทบาทสำคัญในร่างกาย โดยใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ เพิ่มปริมาณอุจจาระ เป็นกากอาหารช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ และช่วยให้ลำไส้มีการเคลื่อนตัวเพื่อขับกากอาหารและสารพิษที่ร่างกายไม่ต้อง การ จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ส่วนใยอาหารที่ละลายน้ำนั้น สามารถรวมตัวกับน้ำในปริมาณมากและเพิ่มความหนืดให้กับอาหาร เมื่ออยู่ในกระเพาะอาหารจึงช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน เมื่อเคลื่อนตัวไปอยู่ในลำไส้เล็ก ใยอาหารซึ่งมีความหนืดจึงช่วยเคลือบผนังลำไส้ให้หนาขึ้น ทำให้การดูดซึมอาหารที่มีประจุช้าลง เช่น การดูดซึมน้ำตาล ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดไม่สูงแบบเฉียบพลัน และยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและขจัดพิษโลหะบางชนิดได้

นอกจากในส่วนของเปลือกและกากแล้ว น้ำส้มจี๊ดซึ่งมีรสเปรี้ยวยังมีปริมาณวิตามินซีสูงถึงร้อยละ 32.16 ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณวิตามินซีในมะนาว พบว่า น้ำส้มจี๊ดมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าน้ำมะนาวประมาณร้อยละ 10 และยังมีกรดอินทรีย์หลายชนิดเป็นองค์ประกอบอยู่ นอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ส้มจี๊ดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย โดยน้ำคั้นส้มจี๊ดผสมเกลือเล็กน้อย สามารถใช้จิบแก้ไอ ขับเสมหะได้ ส่วนผลแก่นำไปดองเกลือและทำให้แห้งเก็บไว้อมแก้เจ็บคอ เปลือกผลดิบยังสามารถใช้เป็นยาขับลมได้อีกด้วย เมื่อเรามาพิจารณาถึงคุณค่าทางอาหารของส้มจี๊ดกับมะนาวแล้ว พบว่า ส้มจี๊ดนั้นมีปริมาณวิตามินซีมากกว่ามะนาวอยู่ประมาณ 10% ในการวิเคราะห์ครั้งนั้นส้มจี๊ดมีวิตามินซีอยู่ถึง 31.44 มิลลิกรัม/น้ำคั้น 100 มิลลิกรัม

สรรพคุณของส้มจี๊ด

  1. ผลส้มจี๊ดมีวิตามินสูง น้ำส้มคั้นใช้ผสมกับเกลือเล็กน้อยใช้จิบกินแก้อาการไอ (ผล)[1],[3]
  2. น้ำในผลนำมาผสมกับเกลือเล็กน้อย ใช้กินเป็นยาขับเสมหะ (ผล)[1],[3]
  3. ผลใช้ดองกับเกลือและทำให้แห้ง ใช้อมแก้อาการเจ็บคอ (ผล)[1]
  4. ช่วยแก้เสียงแหบ (ผล)[3]
  5. ช่วยแก้ภูมิแพ้ที่สำแดงอาการทางลำคอ (ผล)[3]
  6. ปอด เป็นอวัยวะที่ดูดซับอารมณ์ ความเศร้าเสียใจ ผู้ที่มีเรื่องเสียใจ ร้องไห้เสมอ นานเข้าจะสูญเสียพลังปอด ทำให้ปอดชื้น มีเสมหะมาก เป็นหวัดหายยาก ชาส้มจี๊ดจะช่วยรักษาได้ (ชาส้มจี๊ด)[3]
  7. ตามสรรพคุณยาจีน ผลส้มจี๊ดมีพลังเย็น รสเปรี้ยวอมหวาน มีสรรพคุณช่วยหล่อลื่นปอด (ผล)[3]
  8. เปลือกผลดิบใช้รับประทานเป็นสด ๆ จะช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ (เปลือกผล)[2] ส่วนชาส้มจี๊ดมีสรรพคุณแก้อาการท้องอืด มีลมในท้อง ลมตีขึ้นเบื้องบนซึ่งทำให้คลื่นไส้อาเจียน (ชาส้มจี๊ด)[3]
  9. ช่วยในการย่อยอาหาร (เปลือกผล)[2]
  10. ผลส้มจี๊ดอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และกรดอินทรีย์อีกหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย[2]
  11. ผล มีรสเปรี้ยวใช้รับประทานแทนมะนาว หรือนำมาใช้ปรุงอาหาร ใช้แต่งรสเปรี้ยวในการทำน้ำผลไม้ ใช้ทำแยม ทำส้มจี๊ดแช่อิ่ม ส้มจี๊ดเชื่อม ส้มจี๊ดดอง ชาส้มจี๊ด ส่วนผลสุกนำมาคั้นทำน้ำพริก ส้มเกล่า เปลือกผลห่าม ๆ นำมาจิ้มกับน้ำพริกรับประทาน หรือนำเปลือกไปดองเค็มเรียก “กิมจ๊อ[1],[2]
  12. เปลือกผลมีน้ำมันหอมระเหยที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำน้ำมันหอมระเหย
  13. นอกจากจะปลูกไม้กินผลแล้ว ยังสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย[2]

ประโยชน์ของส้มจี๊ด

คุณค่าทางโภชนาการของส้มจี๊ด ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 71 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 15.9 กรัม
  • น้ำตาล 9.36 กรัม
  • ใยอาหาร 6.5 กรัม
  • ไขมัน 0.86 กรัม
  • โปรตีน 1.88 กรัม
  • วิตามินเอ 15 ไมโครกรัม (2%)
  • ลูทีนและซีแซนทีน 129 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี1 0.037 มิลลิกรัม (3%)
  • วิตามินบี2 0.09 มิลลิกรัม (8%)
  • วิตามินบี3 0.429 มิลลิกรัม (3%)
  • วิตามินบี5 0.208 มิลลิกรัม (4%)
  • วิตามินบี6 0.036 มิลลิกรัม (3%)
  • วิตามินบี9 17 ไมโครกรัม (4%)
  • วิตามินซี 43.9 มิลลิกรัม (53%)
  • วิตามินอี 0.15 มิลลิกรัม (1%)
  • โคลีน 8.4 มิลลิกรัม (2%)
  • แคลเซียม 62 มิลลิกรัม (6%)
  • ธาตุเหล็ก 0.86 มิลลิกรัม (7%)
  • แมกนีเซียม 20 มิลลิกรัม (6%)
  • แมงกานีส 0.135 มิลลิกรัม (6%)
  • ฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม (3%)
  • โพแทสเซียม 186 มิลลิกรัม (4%)
  • โซเดียม 10 มิลลิกรัม (1%)
  • สังกะสี 0.17 มิลลิกรัม (2%)

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ