ใบอนุญาตใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์สำคัญแค่ไหนกับนักวิจัยยุคใหม่

การเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนและสัตว์และความก้าวหน้าทางวิชาการ โดยการนำสัตว์มาใช้สัตว์ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ การเกษตร การวิจัยเพื่อพัฒนาและผลิตยาสมุนไพร อาหาร วัคซีน รวมทั้งงานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ งานสอน รวมทั้งงานผลิตสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งการนำสัตว์มาเลี้ยง มาใช้นั้น ต้องมีวิธีการเลี้ยงและปฏิบัติต่อสัตว์เหล่านั้นให้ได้มาตรฐาน ทั้งในช่วงก่อนการนำมาใช้ ระหว่างการใช้ และเมื่อสิ้นสุดการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ โดยต้องคำนึงถึงการจัดการกับสัตว์เพื่อให้สัตว์ได้กินดี อยู่ดี มีสุขภาพดี ไม่เครียด ไม่ติดเชื้อ ไม่เจ็บปวด หรือทรมาน และขณะเดียวกันต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เลี้ยงและผู้ใช้สัตว์ ต้องมีวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของมลพิษ สารพิษ สารเคมี และเชื้อโรคที่เกิดจากการเลี้ยงหรือนำมาใช้เพื่อไม่ให้กระจายสู่คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้การป้องกัน การรักษาโรค และการผลิตยา อาหาร สมุนไพร และวัคซีนปลอดภัยในการนำไปใช้ในคน

สิ่งที่ต้องคำนึงอย่างมาก คือสัตว์นั้นมีชีวิต มีความรู้สึกต่อความทุกข์ ความเจ็บปวด ความทรมาน เช่นเดียวกับมนุษย์ ดังนั้นการนำสัตว์มาใช้เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องคำนึงและให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ทั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรมและมนุษยธรรม เกี่ยวข้องกับสิทธิของสัตว์ และเกี่ยวข้องกับความถูกต้องแม่นยำของผลงาน เนื่องจากการนำสัตว์มาใช้ในทางวิทยาศาสตร์นั้น สัตว์ที่นำมาใช้ย่อมต้องถูกกักขังในกรง ในพื้นที่ที่จำกัด บางครั้งอาจต้องได้รับความเจ็บปวดหรือทรมาน รวมทั้งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตสัตว์ ซึ่งเหล่านี้หากไม่มีการระมัดระวังให้ดี โดยเริ่มตั้งแต่การพิจารณาความจำเป็นอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะต้องนำสัตว์มาใช้ในงานทางวิทยาศาสตร์ มีการกำหนดวิธีการที่ดี ที่จะไม่ทำให้สัตว์ต้องเจ็บปวดทรมานจากการใช้ มีการกำหนดวิธีการเลี้ยง และการจัดการที่ดี เพื่อให้สัตว์ได้มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่เครียด ไม่ทรมาน และปราศจากเชื้อโรค มีการกำหนดวิธีการที่จะสิ้นสุดวิธีการดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์ต้องเจ็บปวดหรือทรมานโดยไม่จำเป็น มีวิธีการที่ทำให้สัตว์นั้นได้ตายอย่างสงบ ไม่เจ็บปวดทรมาน มีการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลโดยละเอียดและชัดเจน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สิ่งต่างๆเหล่านี้หากนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ระลึกถึงและมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องแล้ว นอกจากจะเป็นที่ยอมรับในเรื่องของคุณธรรมและศีลธรรมแล้ว ยังเป็นผลดีจากการที่จะไม่ทำให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มผู้พิทักษ์สิทธิสัตว์ และยังส่งผลดีต่อผลการศึกษา ซึ่งจะมีความถูกต้องแม่นยำของผลงาน สามารถที่จะควบคุมตัวแปรที่จะเกิดขึ้นจากการที่สัตว์ต้องเครียด เจ็บปวด ทรมานได้ ไม่ทำให้สัตว์ต้องสูญเสียชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ หากผลงานนั้นไม่ถูกต้องหรือต้องมีการทำซ้ำเพิ่มเติมจากการที่ไม่สามารถควบคุมตัวแปรต่างๆได้ มีผลกระทบต่อความเชื่อถือและการยอมรับในระดับสากล

การเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

  • งานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้สัตว์
    • ลักษณะงานทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้สัตว์ในงานวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนและสัตว์ (การแพทย์ การสาธารณสุข การเกษตร และสิ่งแวดล้อม) อย่างเช่น การป้องกันโรค การพัฒนาวัคซีน
    • งานทดสอบ (animal testing) เป็นการทดสอบยา อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง วัคซีน ฯลฯ อย่างเช่น การทดสอบการปลอดเชื้อ การทดสอบสารพิษ
    • งานผลิตชีววัตถุ อย่างเช่น tissue culture, enzyme, hormone
    • งานผลิตสัตว์เพื่อบริการและงานสอน
  • สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
    • สัตว์ที่ได้มาจากธรรมชาติ สัตว์เลี้ยง และสัตว์ทดลอง
    • หลากหลายชนิด สายพันธุ์ ขึ้นกับลักษณะงานและวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของสัตว์
    • เพื่อผลงานที่แม่นยำควรเลือกใช้สัตว์ทดลองที่ได้มาตรฐานคุณภาพพันธุกรรม และสุขภาพจากแหล่งผลิต บริการที่ตรวจสอบได้เท่านั้น
  • การเลี้ยงสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
    • สัตว์ต้องได้รับการเลี้ยงดูให้อยู่ดีกินดี มีสุขภาพดี ไม่เครียด และไม่ติดเชื้อ
    • ต้องมีสถานที่เลี้ยงและวัสดุอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการป้องกันการติดเชื้อ การควบคุมสภาพแวดล้อม การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคและสารพิษที่เกิดจากการเลี้ยงและใช้สัตว์
    • ต้องมีบุคลากรที่สามารถจัดการและดำเนินการเลี้ยงเป็นระบบ ด้วยระบบใดระบบหนึ่ง หรือทุกระบบต่อไปนี้
      • ระบบอนามัยเข้ม เป็นระบบที่มีการเลี้ยงสัตว์ที่มีการป้องกันการติดเชื้อเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีโครงสร้างและรูปแบบของอาคารและวัสดุอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการป้องกันการติดเชื้ออยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถจัดการได้ถึงระดับที่จะป้องกันเชื้อก่อโรคบางชนิดได้ เมื่อตรวจสอบจะพบว่าจะยังมีเชื้อก่อโรคบางชนิด และมี normal flora ที่ไม่เป็นอันตรายอาศัยอยู่
      • ระบบปลอดเชื้อก่อโรคจำเพาะ เป็นระบบที่มีการเลี้ยงสัตว์ในอาคารปิด มีโครงสร้างและรูปแบบอาคารและอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการป้องกันการติดเชื้อ และควบคุมสภาพแวดล้อมและมีการจัดการให้สัตว์ปลอดจากเชื้อก่อโรคที่กำหนด อากาศผ่านเข้าและออกห้องเลี้ยงสัตว์ผ่าน pre filter และ hepa filter วัสดุเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดต้องผ่าน autoclave หรือกระบวนการฆ่าเชื้อให้ปลอดเชื้อ บุคลากรต้องสวมชุดปฏิบัติการเพื่อปลอดเชื้อ
      • ระบบปลอดเชื้อสมบูรณ์ เป็นระบบที่มีการเลี้ยงสัตว์ด้วยวิธีการป้องกันการติดเชื้อ pathogens และ normal flora ทั้งภายในและภายนอกตัวสัตว์ ต้องเลี้ยงสัตว์ใน isolator ซึ่งอากาศผ่านเข้าออกต้องผ่าน hepa filter กรง อาหาร น้ำ และวัสดุรองนอนต้องปลอดเชื้อ ผู้เลี้ยงและผู้ใช้สัตว์ต้องปฏิบัติการผ่านถุงมือที่ติดอยู่กับ isolator สัตว์ต้องปลอดเชื้อตั้งแต่แรกเกิดจากการทำ hysterectomy ใน surgical isolator และนำมาเลี้ยงต่อใน breeding isolator
  • ปัญหาจากการใช้สัตว์และจรรยาบรรณการใช้สัตว์

จรรยาบรรณการดำเนินการต่อสัตว์ ใช้หลักการ 3R เป็นแนวทางปฏิบัติของผู้ใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ และปฏิบัติต่อสัตว์ด้วยคุณธรรมและมีมนุษยธรรม โดย

  • Ø หลีกเลี่ยงการใช้สัตว์โดยไม่จำเป็น หรือใช้สัตว์อื่นทดแทน (Replacement)
    • ตัวอย่างเช่น การใช้สิ่งไม่มีชีวิต เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โมเดล
    • ใช้สัตว์ที่มีความรู้สึกน้อย เช่น สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
    • การศึกษาในเซลล์หรือเนื้อเยื่อทดลอง
    • Ø การลดจำนวนสัตว์ที่ใช้ (Reduction) คือเมื่อจำเป็นต้องใช้สัตว์ ควรใช้สัตว์จำนวนน้อยที่สุด โดยยังคงความแม่นยำของผลงาน
    • Ø การปรับปรุงวิธีการปฏิบัติต่อสัตว์ (Refinement) เมื่อจำเป็นต้องใช้สัตว์ควรพัฒนาปรับปรุงวิธีการหรือเทคนิคที่ปฏิบัติต่อสัตว์ หรือเลี้ยงสัตว์ให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวด ความเครียด และความทุกข์ทรมานน้อยที่สุด รวมทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมและสถานที่เลี้ยงให้สัตว์มีความเป็นอยู่ที่ดี
      • อย่างเช่น การใช้ยาสลบที่เหมาะสม ใช้ยาชาเพื่อลดความเจ็บปวด
      • การเสริมสภาพแวดล้อม (enrichment) จะช่วยลดความเครียด ส่งเสริมพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์

จรรยาบรรณการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 24 มีนาคม 2559 เล่ม 133 ตอนพิเศษ 71 ง)

  1. ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์ โดยผู้ใช้สัตว์ต้องใช้สัตว์เฉพาะกรณีที่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าเป็นประโยชน์และจำเป็นสูงสุดต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์และสัตว์ และหรือความก้าวหน้าทางวิชาการ และได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่มีวิธีการอื่นที่เหมาะสมเท่า หรือเหมาะสมกว่า
  2. ผู้ใช้สัตว์ต้องตระหนักถึงความแม่นยำของผลงาน โดยใช้สัตว์จำนวนน้อยที่สุด โดยผู้ใช้สัตว์จะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติทางพันธุกรรมและคุณสมบัติทางสุขภาพของสัตว์ที่จะนำมาใช้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการใช้สัตว์ เพื่อให้มีการใช้สัตว์จำนวนน้อยที่สุด และได้รับผลงานที่ถูกต้องแม่นยำมากที่สุด
  3. การใช้สัตว์ป่า ผู้ใช้สัตว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยต้องใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นและไม่สามารถใช้สัตว์ประเภทอื่นได้
  4. ผู้ใช้สัตว์ ผู้เลี้ยงสัตว์ ผู้ผลิตสัตว์ ผู้กำกับดูแลสถานที่ดำเนินการ ผู้รับผิดชอบสถานที่ดำเนินการ คณะกรรมการกำกับดูแลและบุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ต้องตระหนักว่าสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิต มีความรู้สึกเจ็บปวดและตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับมนุษย์ จึงต้องปฏิบัติต่อสัตว์ด้วยความระมัดระวังทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การขนส่ง การเลี้ยงสัตว์ การป้องกันการติดเชื้อ การจัดการสภาพแวดล้อมของสถานที่เลี้ยง การใช้วัสดุอุปกรณ์ และเทคนิคในการปฏิบัติต่อสัตว์ ให้สัตว์ได้รับความเจ็บปวด ความเครียด หรือความทุกข์ทรมานน้อยที่สุด
  5. ผู้ใช้สัตว์ ผู้เลี้ยงสัตว์ ผู้กำกับดูแลประจำ ณ สถานที่ดำเนินการ และผู้ผลิตสัตว์ ต้องบันทึกข้อมูลการปฏิบัติต่อสัตว์ไว้เป็นหลักฐานอย่างครบถ้วน โดยผู้ใช้สัตว์ต้องปฏิบัติต่อสัตว์ตรงตามวิธีการที่เสนอไว้ในโครงการ และต้องจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด ครบถ้วน พร้อมที่จะเปิดเผยหรือชี้แจงได้ทุกโอกาส
  • การกำกับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์

ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถานที่ดำเนินการ (คกส.) ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้

  • จัดทำแผนพัฒนาและขอตั้งงบประมาณประจำปี
  • เสนอแผนพัฒนาและงบประมาณประจำปีต่อผู้บริหาร
  • พิจารณาโครงการที่ใช้สัตว์
  • ติดตามกำกับดูแลการดำเนินงานโครงการของผู้ใช้สัตว์
  • พัฒนาบุคลากรและจัดการอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการเลี้ยงและใช้สัตว์
  • เผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
  • จัดทำมาตรฐานวิธีการปฏิบัติหน้าที่ของ คกส. และมาตรฐานวิธีการปฏิบัติการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน แนวทางและวิธีการปฏิบัติของผู้ใช้สัตว์ในการเสนอโครงการและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
  • จัดทำรายงานการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถาบันเป็นประจำทุก 6 เดือน เสนอต่อผู้บริหารเพื่อรายงานต่อเลขาธิการและเผยแพร่

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ