การคิดเพื่อประสิทธิผลของงาน (Effective Thinking)

การคิด คืออะไร

“การคิด” เป็นกระกวนการทำงานของสมอง ที่เป็นศูนย์กลางนำสัญญาณที่ได้รับรู้จากประสาทสัมผัสทั้งห้า มาประมวลวิเคราะห์ ถอดความ ตีความเพื่อพิจารณาในการตอบสนอง ตัดสินใจ และแปลผลการตัดสินใจเป็นสัญญาณให้มีพฤติกรรมการตอบสนองในทางใดทางหนึ่ง

“การคิด” เป็นทักษะพื้นฐานของมนุษย์ที่สามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาได้ ความสามารถในการคิด เป็นพื้นฐานของสติปัญญาและความเข้าใจ ช่วยในการตัดสินใจ นำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้คนสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ และช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

ความสำคัญของการคิดในบริบทของการทำงาน

“การคิด” หมายถึงความสามารถในการรับมือและตอบสนองกับสภาพแบบต่างๆ หรือการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เป็นสิ่งเร้าจาภายนอก โดยการใช้ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ + การใช้เหตุผล + ความรู้ / ประสบการณ์ เพื่อให้ทราบถึง  การระบุตัวปัญหาและขอบเขต วิเคราะห์สาเหตุ เงื่อนไข ปัจจัยของสภาพปัญหา ระบุทางเลือกในการแก้ไข และตรวจสอบความสามารถในการแก้ไขและตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

การคิดประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย

  • สมองกับการคิด หน้าที่สำคัญของสมองมี ๕ ประเภท คือ

๑. รับรู้ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

๒. เก็บความจำ

๓. วิเคราะห์และประมวลข้อมูล

๔. ส่งออกหรือสื่อความ

๕. ควบคุมกับทำงานของอวัยวะต่างๆ

  • การคิดเชิงระบบและคิดวิเคราะห์

“ระบบ” คือ ชุดขององค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กัน เพื่อการบรรลุวัถตุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง (System is a set of components that are related in the accomplishment of some purposes)

การคิดเชิงระบบ (System Thinking) “การคิดเชิงระบบ” เป็นการคิดโดยนำหลักการเรื่องระบบมาเป็นแนวทางในการคิด เน้นที่การมองสิ่งต่างๆ ว่าเป็นระบบๆ หนึ่ง ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) “การคิดวิเคราะห์” คือ การจำแนกองค์ประกอบต่างๆ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เห็นว่าองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่ละองค์ประกอบควรมีลักษณะอย่างไร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร โดยพิจารณาแต่ละองค์ประกอบดูว่าเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ และมีการการแก้ไขปัญหาอย่างไร

“การคิดเชิงวิเคราะห์” ก็คือการมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบนั่นเอง ต้องอาศัยความสามารถในการคิดเชิงระบบเป็นพื้นฐานที่สำคัญ

การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) “การคิดเชิงกลยุทธ์” เป็นการคิดในภาพองค์รวมของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อที่จะกำหนดเป้าหมายและทิศทางในอนาคตของเรื่องนั้นที่จะต้องสอดคล้องกับภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

การคิดเชิงเหตุผลหรือเชิงตรรกะ (Rational/Logical Thinking) ตรรกะ คือ หลักการแห่งเหตุผล  การคิดเชิงเหตุผลหรือเชิงตรรกะ การคิดเพื่อหาข้อสรุป (Conclusion) ของข้อความ หรือข้อโต้แย้ง (Argument) อย่างสมเหตุสมผล (Valid) โดยอาศัยข้อมูลหรือฐานของสิ่งที่มีมาก่อน (Premises)

การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) การคิดเชิงกลยุทธ์ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการมองไปข้างหน้าในอนาคต ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก และกำหนดวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ที่เหมาะสม

การคิดเชิงบวกและเชิงลบ (Positive & Negative Thinking) มีความหมายดังต่อไปนี้

การคิดเชิงบวก

-      เป็นการมองโลกในแง่ดี

-      ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข

-      ในวิกฤติยังมีโอกาส

-      ทำให้เกิดกำลังใจ ความพยายาม

การคิดเชิงลบ

-      เป็นการมองโลกในแง่ร้าย

-      มองเห็นจุดอ่อน/ข้อเสียในทุกเรื่อง

-      ทำให้เกิดความรอบคอบและระมัดระวัง

การคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)

-     ทำให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

-     เป็นการขยายขอบเขตความคิดเดิมออกไปนอกกรอบความคิดเดิมที่มีอยู่

-     เป็นการนำเอาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมไว้มาพัฒนา ค้นหาวิธีการที่แปลกใหม่ในการแก้ไขปัญหา

การคิดเชิงจริยธรรม ในหลายสถานการณ์ การคิดและตัดสินใจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม ความถูกต้อง ดังนั้น จึงต้องมีการใช้เหตุผลในเชิงจริยธรรมในการคิด

การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของคนเรา แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ

๑. ระดับก่อนเกณฑ์

-        ขั้นที่ ๑ เชื่อฟังคำสั่ง หลบหลีกการลงโทษ

-        ขั้นที่ ๒ แสวงหารางวัล

๒. ระดับตามเกณฑ์

-        ขั้นที่ ๓ ทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ

-        ขั้นที่ ๔ ทำตามหน้าที่ทางสังคม

๓. ระดับเหนือเกณฑ์

-        ขั้นที่ ๕ ยึดประโยชน์และความถูกต้องเฉพาะเรื่อง

-        ขั้นที่ ๖ ยึดอุดมคติสากล

มีผู้ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมในคนไทย พบว่า สามารถแบ่งออกได้เป็น ๔ ระดับ คือ

ระดับที่ ๑ เพื่อประโยชน์ของตนเอง

ระดับที่ ๒ ทำเพื่อผู้อื่นในวงแคบ

ระดับที่ ๓ เพื่อประโยชน์ของสังคม

ระดับที่ ๔ อุดมการณ์สากล

๔. เครื่องมือที่ช่วยในการคิด ประกอบไปด้วย

-        แผนที่ความคิด Mind Mapping

-        ผังก้างปลา Fishbone Diagram

-        การวิเคราะห์แรงผลัก/แรงต้าน Force Field Analysis

-        การวิเคราะห์จุดอ่อน/จุดแข็ง โอกาส/ข้อจำกัด SWOT Analysis

-        ตารางการตัดสินใจ Decision Matrix

แผนที่ความคิด Mind Mapping พัฒนาขึ้นโดย Tony Buzan เป็นเครื่องมือช่วยในการเชื่อมโยง จัดหมวดหมู่ จัดระบบความคิด โดย

๑.    เริ่มต้นจาการกำหนดหัวข้อ หรือแก่นของความคิด จากจุดศูนย์กลางของหน้ากระดาษ

๒.    คิดประเด็นหลัก แยกเป็นกิ่งออกมาจากจุดศูนย์กลาง

๓.    แยกกิ่งก้านสาขาความคิดที่เชื่อมโยงกันออกมาเป็นกิ่งย่อยๆ เป็นลำต้นไป

๔.    แผนที่ความคิด (Mind Mapping)

ข้อดีและข้อจำกัดของแผนที่ความคิด (Mind Mapping)

ข้อดี

-        สามารถเห็นประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในหน้าเดียว

-        เป็นการนำเสนอในลักษณะที่เป็นแผนที่ภาพและข้อความหลัก

-        ทำให้เห็นความเชื่อมโยงของแต่ละประเด็น

-        ทำให้ความคิดแตกกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง

ข้อจำกัด

-        ไม่แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล

-        อาจมีประเด็นย่อยที่ซ้ำกันได้

ผังก้างปลา (Fishbone Diagram) พัฒนาขึ้นโดยชาวญี่ปุ่นชื่อ Dr.Ishikawa เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาอย่างเป็นระบบโดยแยกเป็นสาเหตุใหญ่และสาเหตุย่อยลงไปเรื่อยๆ ตามเหตุและผล   ผังก้างปลา ใช้วิธีการคิดโดยจะอาศัยการใช้คำถาม “ทำไม” เป็นหลัก เพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นสาเหตุของปัญหาที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม

สาเหตุหลักของ ผังก้างปลา (Fishbone Diagram) มีข้อดี และข้อจำกัด ดังนี้

ข้อดี

-        ความคิดเป็นระบบไม่กระจัดกระจาย

-        ได้เห็นความสัมพันธ์เชิงเหตุผลชัดเจน

-        สามารถมองเห็นภาพรวมของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ข้อจำกัด

-        ความคิดจะถูกจำกัดกรอบตามก้างใหญ่ที่กำหนดไว้

-        ต้องอาศัยความสามารถในการจัดกลุ่มของสาเหตุซึ่งอาจเป็นไปตามความรู้สึก

-        ไม่ได้แสดงให้เห็นน้ำหนักของสาเหตุต่างๆ

การวิเคราะห์จุดอ่อน/จุดแข็ง โอกาส/ข้อจำกัด SWOT Analysis

การวิเคราะห์ SWOT การวิเคราะห์จุดแข็ง – จุดอ่อน โอกาส – ข้อจำกัด เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอกของประเด็น/เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทั้งในปัจจุบันและที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อให้ทราบว่า

๑.     มีปัจจัยภายในเรื่องใดบ้างที่เป็นจุดแข็ง

๒.     ปัจจัยใดเป็นจุดอ่อน

๓.     ปัจจัยภายนอกเรื่องใด เป็นโอกาส

๔.     ปัจจัยใดเป็นข้อจำกัด

ผลการวิเคราะห์นี้จะนำไปใช้ในการกำหนดแนวทางการจัดการกับประเด็น/ เรื่องนั้นโดยเลือกที่จะ เสริมสร้าง “จุดแข็ง” กำจัด “จุดอ่อน” ฉกฉวย “โอกาส” และหลีกเลี่ยง “ข้อจำกัด”

ข้อดีของการวิเคราะห์ SWOT คือ

ข้อดี

-        เห็นความแตกต่างระหว่างปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

ข้อจำกัด

-      ต้องมีความชัดเจนในการระบุว่าปัจจัย แต่ละปัจจัยมีผลอย่างไรต่อเรื่องที่วิเคราะห์นั้น

การพัฒนาทักษะการคิด การพัฒนาทักษะการคิดของตนเอง หมายถึง

-     ตั้งเป้าหมายและมีความมุ่งมั่น

-     เปิดใจให้กว้าง รับความคิดใหม่ๆ ขจัดความเชื่อ ความคิดเก่า ๆ

-    ฝึกใจให้มีสมาธิ

-    ฝึกเป็นคนข่างสังเกต ช่างสงสัย อาทิ

๑.     ฝึกหัดสายตา

๒.     ฝึกการกะระยะ/ขนาด/จำนวน/น้ำหนักและเวลา

๓.     ฝึกการฟัง

๔.     ฝึกตั้งคำถามบ่อยๆ และคิดหาคำตอบ

๕.   การรับฟังคนอื่นให้มากขึ้น

๖.     ฝึกการจดบันทึก

การพัฒนาทักษะความคิดให้กับสมาชิกขององค์กร

-     ประชุมระดมความคิดเห็นร่วมกัน มีการเรียนรู้ร่วมกัน

-     เสริมสร้างพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร

-     สนับสนุนทีมงานให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

-     สร้างแรงจูงใจให้แก่สมาชิกในองค์กรที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานใหม่ ๆ

    บูรณาการการคิดให้เกิดประสิทธิผล

    วิธีคิดแบบหมวกหกใบ (Six hat Thinking) ของ Edward de Bono) การคิดแบบหมวกหกใบ  เป็นวิธีการคิดที่คิดหลายแบบโดยเปรียบเทียบด้วยวิธีการคิดแต่ละแบบเป็นหมวกสีต่างๆ เมื่อผู้คิดสวมหมวกสีใด ก็จะเป็นการกำหนดรูปแบบของการคิดแบบหนึ่ง

หมวกทั้ง 6 สี คือ รูปแบบการคิดหกแบบ มีลักษณะดังนี้

-      หมวกสีขาว เป็นการคิดถึงข้อมูล/ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เรียนรู้จากข้อมูล/ข่าวสาร การแสวงหาความรู้เพิ่มเติม และเรียนรู้จากประวัติศาสตร์/สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วหรือสิ่งที่มีอยู่

-      หมวกสีเหลือง เป็นการคิดเชิงบวก มองในแง่ดี ช่วยให้เห็นประโยชน์และคุณค่าของการตัดสินใจ เพิ่มความมั่นใจและทำให้มองเห็นช่องทางเมื่อถึงมุมอับ

-      หมวกสีดำ เป็นการมองข้อเสีย/แง่ลบของการตัดสินใจ พิจารณาด้วยความรอบคอบระมัดระวัง คิดถึงว่าทำไมถึงไม่ได้ผล ช่วยให้เข้าใจจุดอ่อนของแผนขจัดปรับเปลี่ยนและเตรียมแผนฉุกเฉินไว้รองรับเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ช่วยให้แผนครอบคลุมสมบูรณ์ แข็งแกร่งขึ้น และกำจัดจุดอ่อนก่อนที่จะเกิดขึ้น

-      หมวกสีแดง เป็นการพิจารณาปัญหาโดยใช้สัญชาติญาณ อารมณ์ และความรู้สึก พยายามเข้าใจคำตอบของคนที่ใช้สัญชาติญาณและความรู้สึก

-      หมวกสีเขียว เป็นการคิดอย่างสร้างสรรค์ หาทางแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ใช้ความคิดอย่างอิสระ ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ความคิด เพื่อให้ได้ความคิดวิธีดำเนินการและทางออกจำนวนมาก

-      สีฟ้า เป็นการวางแผนและควบคุมความผิด กระตุ้นให้เกิดความคิดเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการชะงักงัน ประเมินสถานการณ์จัดระบบและกำกับ เป็นบทบาทของผู้เป็นประธาน

แนวทางการบูรณาการการคิดในการบริหารจัดการ ทบทวน ภารกิจ/วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหรือการคงอยู่ เพื่อให้ทราบว่าภารกิจและวัตถุประสงค์หลักของหน่วยงานที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น คือ อะไร ขั้นตอนนี้จะต้องใช้ความคิดในเชิงระบบ มองหน่วยงานที่กำลังพิจารณาเป็นระบบๆ หนึ่ง ที่เกิดขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะของการคงอยู่ และมีภาระ หน้าที่ที่จะตอบสนองต่อวัตถุประสงค์นั้น เมื่อทราบว่า ภารกิจและวัตถุประสงค์หลักที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น คือ อะไรแล้วก็จะต้องตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำไปแล้ว เป็นภารกิจที่ตรงตามภารกิจที่กำหนดไว้หรือไม่ และผลสำเร็จของงานหลักๆ ที่สำคัญ เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ภารกิจที่ทำเป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

ถ้าใช่ ผลงานเป็นไปตามที่คาดหวังไว้หรือไม่

ถ้าไม่ใช่ เราควรจะปรับภารกิจที่ดำเนินการเสียใหม่หรือไม่ อย่างไร

แนวทางการบูรณาการการคิดในการบริหารจัดการ

ศึกษาความต้องการ/ความคาดหวัง ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นผู้ได้รับ/เสียประโยชน์ จากการดำเนินงานขององค์กร/หน่วยงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานขององค์กร/หน่วยงานในอนาคต  วิเคราะห์แรงผลัก แรงต้าน ในการดำเนินงานขององค์กร/หน่วยงาน เพื่อให้ทราบว่าเหตุใดการดำเนินงานที่ผ่านมา จึงบรรลุผลได้ในระดับปัจจุบัน   รวมถึงพิจารณาเลือกทางเลือกใดที่ควรนำมาใช้ในการพัฒนาองค์กร/หน่วยงาน โดยพิจารณาจาก ความสามารถในการปฏิบัติ ความประหยัด และผลกระทบ ในทางลบ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ใหม่ได้

การจัดทำแผนพัฒนาองค์กร/หน่วยงาน ต้องมีส่วนประกอบเหล่านี้

-     โครงการพัฒนา

-     วัตถุประสงค์

-     ตัวชี้วัด

-      ผู้รับผิดชอบ

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ