การเขียนรายงานวิจัย

การทำวิจัย และ ขั้นตอนการทำวิจัย

ในปัจจุบันองค์กรและหน่วยงานต่างๆได้ให้ความสำคัญกับการทำรายงานการวิจัย เพื่อกำหนดให้เป็นสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับพนักงานในองค์กร หรือเป็นการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเหตุผลสำคัญในการกำหนดให้บุคลากรต้องมีการทำวิจัย ก็เพื่อประโยชน์ในหลายๆประการ ดังนั้นผู้ที่จะต้องทำรายงานการวิจัย จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการและรูปแบบการเขียนรายงานการวิจัยเป็นอย่างดี

ส่วนประกอบและวิธีเขียนรายงานการวิจัย

รายงานการวิจัยเชิงปริมาณ ในที่นี้ หมายถึง ดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ หรือรายงานการวิจัยของหน่วยงานเนื้อหารวม 5 บท ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

ส่วนนำ ประกอบด้วย

1. ปกนอก

2. ปกในหรือหน้าชื่อเรื่อง เป็นหน้าสำคัญที่สุดของรายงานการวิจัย

3. บทคัดย่อ เป็นการเขียนที่สรุปความเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องนั้น

4. Abstract เป็นบทคัดย่อที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ

5. คำนำ  เป็นข้อความที่ผู้วิจัยบอกให้ผู้อ่านทราบถึงที่มาหรือมูลเหตุจูงใจให้ทำวิจัยเรื่องนั้น

6. กิตติกรรมประกาศ  เป็นข้อความแสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานหรือบุคคลที่มีส่วนช่วยให้ผู้วิจัยทำงานวิจัยได้สำเร็จ

7. สารบัญ

8. สารบัญตาราง คือการนำเสนอตารางที่ปรากฏในรายงานการวิจัย

9. สารบัญภาพ  คือการนำเสนอแผนภูมิ แผนภาพ หรือกราฟ หรือภาพประกอบที่ปรากฏในรายงานการวิจัย

ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนสำคัญที่สุดของรายงานการวิจัย เพราะเป็นส่วนนำเสนอรายละเอียดของการวิจัย มักจะแบ่งออกเป็น 5 บท ได้แก่

บทที่ 1 บทนำ ประกอบด้วย

1.  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัย เป็นการกล่าวถึงภูมิหลังและที่มาของปัญหาที่จะทำการวิจัย

2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย เขียนนำเสนอเป็นข้อ ๆ

3. สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)

4.  ขอบเขตของการวิจัย เป็นการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่ต้องการวิจัย  มักนิยมกำหนดขอบเขตไว้ 4 ประเด็น คือ ประชากร เนื้อหาของการวิจัย ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาที่ทำการวิจัย

5. ข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี) เป็นการทำความเข้าใจกับผู้อ่านเกี่ยวกับเงื่อนไขบางประการของการทำวิจัย

6. ข้อจำกัดของการวิจัย (ถ้ามี) เป็นการทำความกระจ่างแก่ผู้อ่านเกี่ยวกับข้อจำกัดของการทำวิจัย

7. นิยามศัพท์ นิยามคำศัพท์สำคัญที่เกี่ยวข้องในงานวิจัย 8.ประโยชน์ที่(คาดว่าจะ)ได้รับจากการวิจัย เขียนประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (หรือ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง) เป็นการให้ความกระจ่างกับผู้อ่านเกี่ยวกับเรื่องที่ทำการวิจัย โดยครอบคลุมเนื้อหาต่อไปนี้

1.  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องที่วิจัย

2.  ทฤษฎีที่รองรับหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่วิจัย

3.  แนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องที่วิจัย (ถ้ามี)

4.  ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย เป็นรายละเอียดที่จะบอกให้ผู้อ่านทราบว่าผู้วิจัยทำการวิจัยตามขั้นตอนการวิจัยอย่างไร หัวข้อสำคัญที่ควรมีดังนี้

1.  รูปแบบการวิจัย หรือ แบบแผนการวิจัย

2.  ขั้นตอนการวิจัย เสนอรายละเอียดของขั้นตอนการวิจัยโดยอธิบายขั้นตอนเป็นข้อ ๆ

3.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เขียนเป็นสองย่อหน้า ย่อหน้าแรกระบุประชากรของการวิจัย ย่อหน้าที่สองระบุกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย โดยต้องระบุขนาดของกลุ่มตัวอย่าง และวิธีการที่ใช้ในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง

4.  เครื่องมือการวิจัย ระบุเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยทุกอย่าง

5.  การเก็บรวบรวมข้อมูล ระบุวิธีการที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลว่าใช้วิธีการใด และอย่างไร

6.  การวิเคราะห์ข้อมูล ระบุวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

1.  แบ่งการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็นตอน ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย

2.  ในงานวิจัยเชิงพรรณนา ควรนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างด้วย

3.  ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละตอน ควรทำดังนี้

3.1  มีการบรรยายนำก่อนเล็กน้อย

3.2  มีการแนะนำตารางก่อนการนำเสนอตาราง

3.3  มีการบรรยายเพื่อตีความหมายของข้อมูลในตาราง

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ มีหัวข้อ 4 หัวข้อและมีแนวทางการเขียนดังนี้

1.  สรุปการวิจัย เป็นการสรุปกิจกรรมการวิจัยทั้งหมด

2.  สรุปผลการวิจัย นำเสนอผลการวิจัยที่ได้จากบทที่ 4 เป็นข้อ ๆ

3.  อภิปรายผล เป็นหัวข้อที่สำคัญที่สุดของบทที่ 5 เพราะเป็นการแสดงภูมิปัญญาของผู้วิจัย

4.  ข้อเสนอแนะ นิยมเขียนโดยแบ่งเป็นสองหัวข้อ คือ

4.1  ข้อเสนอแนะเพื่อใช้ประโยชน์จากผลการวิจัย

4.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยต่อไป

5. ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยสององค์ประกอบหรือหัวข้อ คือ

5.1  บรรณานุกรม (Bibliography) ต้องเขียนตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด ในกรณีที่ไม่ได้มีการกำหนดรูปแบบไว้ ควรยึดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

5.2  ภาคผนวก (Appendices) การเขียนภาคผนวก อาจทำเป็นภาคผนวกเดียวหรือหลายภาคผนวกก็ได้

สรุปผลการเขียนรายงานการวิจัย

สรุปได้ว่างานการทำวิจัย หมายถึง การศึกษาค้นคว้าอย่างมีระบบ เพื่อแสวงหาคำตอบหรือเพื่อหาความรู้ใหม่ จึงทำให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ หรือประโยชน์ในทางปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ทำให้เกิดทฤษฏีใหม่ และเกิดประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้บริหารในการกำหนดนโยบายและการวางแผนงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และการวิจัยยังแบ่งออกเป็นหลายประเภทขึ้นอยู่ว่าใช้อะไรในการพิจารณา เช่น การวิจัยเชิงสำรวจ การวิจัยเชิงพรรณนาหรือวิจัยเชิงเหตุผล เป็นต้น

แสดงความคิดเห็น

*

  • เข้าสู่ระบบ